| |
|
 |
พระมหากัสสปะกราบพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้า
ขณะนั้น พระบรมบาททั้งคู่ของพระพุทธเจ้า ได้แสดงอาการประหนึ่งว่า พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ได้ทำลายคู่ผ้าทุกุลพัสตร์ ที่ห่อหุ้มอยู่ทั้ง 500 ชั้น กับทั้งพระหีบทองออกมาปรากฎในภายนอก ในลำดับแห่งคำอธิษฐานของพระมหากัสสปะ ดุจดวงอาทิตย์ที่แลบออกจากกลีบเมฆ ฉะนั้น พุทธบริษัททั้งปวง เห็นเป็นอัศจรรรย์พร้อมกัน |
|
 |
ลำดับพรรษายุกาลของพระพุทธเจ้า
ตั้งแต่พระพุทธเจ้า ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ คำนวณพระชนมพรรษาได้ 35 พรรษาแล้ว ก็เริ่มบำเพ็ญปรหิตประโยชน์ โปรดเวนัยสัตว์ โดยในพรรษาแรก เสด็จจำพรรษา ณ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน |
|
 |
เดียรถีย์ท้าแสดงปาฏิหาริย์แข่งฤทธิ์กับพระพุทธเจ้า
ครั้นพระเจ้าอชาตศัตรู ทรงสดับข่าวที่เดียรถีย์ จะแสดงปาฏิหาริย์ แข่งฤทธิ์กับพระพุทธเจ้า เช่นนั้น ก็เสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้า กราบทูลถามว่า
"ได้ทราบว่า พระองค์ทรงบัญญัติห้ามพระสาวก แสดงปาฎิหาริย์หรือประการใด?" |
|
 |
มูลเหตุยมกปาฏิหาริย์
ครั้งนั้น พระพุทธเจ้าเสด็จจากเมืองไพศาลี มาประทับยังเวฬุวันวิหาร กรุงราชคฤห์ อีกครั้ง |
|
 |
พระเทวทัตทำสังฆเภท
ต่อมา พระเทวทัตปรารถนาจะเลี้ยงชีพด้วย โกหัญญกรรม คือ การหลอกลวงสืบไป เพื่อจะเเสดงว่า ตนเป็นผู้เคร่งครัด ได้เข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดา ทูลขอวัตถุ 5 ประการ เพื่อให้พระพุทธเจ้าบัญญัติ ให้ภิกษุทั้งหลายปฎิบัติโดยเคร่งครัด คือ |
|
 |
อนาถบิณฑิกะเศรษฐีถวายเชตวันมหาวิหาร
ครั้งนั้น อนาถบิณฑิกะมหาเศรษฐี ผู้อยู่ในเมืองสาวัตถี มาที่กรุงราชคฤห์ ด้วยธุรกิจอย่างหนึ่ง พักอยู่ที่นิเวศน์ของท่านราคฤห์เศรษฐี ผู้เป็นน้องชายแห่งภริยาของท่าน ได้ถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์ มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน |
|
 |
พระพุทธเจ้าเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์
ฝ่ายพระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดา ณ พระนครกบิลพัสดุ์ เมื่อได้ทรงทราบพระเกียรติคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟุ้งขจรไปทั่วทุกทิศ ก็ทรงปิติโสมนัส ที่พระโอรสของพระองค์ ได้สำเร็จพระสัมโพธิญาณ สมดังคำพยากรณ์ของ ท่านอาจารย์อสิตดาบส และพราหมณาจารย์ทั้ง 8 คน ทรงตั้งพระทัยคอยเวลาอยู่ว่า เมื่อใดพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงจะเสด็จมากรุงกบิลพัสดุ์ |
|
 |
พระพุทธเจ้าโปรดอัครสาวกทั้งสอง
ขณะนั้นเป็นเวลาที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรม อยู่ในท่ามกลางบริษัท 4 เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็น อุปติสสะและโกลิตะ พาบริษัทของตน ตรงเข้ามาแต่ไกลเช่นนั้น จึงรับสั่งว่า |
|
 |
พระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาฏิโมกข์
พระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ เป็นพระพุทธรูป ที่อยู่ในอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้น จีบนิ้วพระหัตถ์ไว้เสมออก เป็นกิริยาทรงประทานโอวาทปาติโมกข์ |
|
 |
วัดแรกในพระพุทธศาสนา
หลังจากรับอาราธนาของพระเจ้าพิมพิสารแล้ว วันรุ่งขึ้น พระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระสงฆ์สาวก 1,000 รูป เสด็จไปยังกรุงราชคฤห์ เสด็จสู่พระราชนิเวศน์ ขึ้นประทับยังพระพุทธาอาสน์ |
|
 |
พระพุทธเจ้าเสด็จกรุงราชคฤห์โปรดพระเจ้าพิมพิสาร
พระพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่ที่อุรุเวลาเสนานิคม โดยสำราญ พอสมควรแก่เวลาแล้ว ทรงประสงค์จะประดิษฐานพระศาสนา ให้มั่นคงที่กรุงราชคฤห์ และทรงประสงค์จะเปลื้องปฏิญญา ที่ทรงประทานแก่พระเจ้าพิมพิสารไว้แต่แรก จึงชวนพระอริยสาวก 1,000 องค์ มีพระอุรุเวลากัสสปะเป็นประธาน เสด็จไปยังแคว้นมคธ ประทับอยู่ที่ลัฏฐิวัน ใกล้กรุงราชคฤห์ |
|
 |
พระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดชฎิล 3 พี่น้อง
ครั้นพระพุทธเจ้า ทรงส่งพระสาวกเหล่าภัททวัคคีย์ ไปประกาศพระศาสนาแล้ว ก็เสด็จตรงไปยังอุรุเวลาเสนานิคม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกรุงราชคฤห์ ซึ่งเป็นที่อยู่ของอุรุเวลกัสสปะ อาจารย์ใหญ่ของชฎิล 500 คน |
|
|
|
| |
|
|