หลวงปู่เทศน์ ท่านพุทธทาส สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหม รังสี หลวงพ่อเจริญ
  กรอกคำที่คุณต้องการค้นหาจ๊ะ
 
บาปบุญมีจริงหรือ ตอนที่ 1
 
พระกรุ
พระเกจิ
หลวงปู่ทวด
พระโบราณ
จตุคามรามเทพ
พระใหม่
เครื่องราง
พระเนื้อไม้
พระเนื้อดิน
พระเนื้อผง
พระบูชา
รูปเหมือน
การเสริมสร้างบารมีให้ตัวเอง การเสริมสร้างบารมีให้ตัวเอง เกิดจากการตั้งจิตใจ ที่เป็นกุศลสำหรับการเสริมตนเอ
ทำบุญ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร เป็นคำเรียกการตระเวนไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด
 
   •  บทสวดมนต์
   •  พระคาถา
   •  หลักธรรมทางพุทธศาสนา
   •  พุทธประวัติ
   •  ศาสนาพิธี
   •  วันสำคัญในพระพุทธศาสนา
   •  วัดสำคัญในประเทศไทย
   •  พระพุทธรูปต่าง ๆ
 
พุทธประวัติ
พระสถูปเจดีย์สถาน
ในสมัยนั้น บรรดากษัตริย์ทั้งหลาย เมื่อได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ต่างองค์ต่างก็จัดขบวนอันมโหฬาร อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ไปยังพระนครของตน ด้วยเกียรติยศอันสูง แล้วให้ก่อพระสถูปเจดีย์ขึ้น บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ไว้เป็นที่สักการะบูชาของมหาชน จึงปรากฏว่า มีพระสถูปเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ดังนี้
ท้าวสักกะอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วข้างขวาไปเทวโลก
ขณะที่โทณพราหมณ์ กำลังตักตวงพระบรมธาตุ ถวายกษัตริย์ทั้งหลายอยู่นั้น ท้าวสักกะอมรินทราธิราช ทราบด้วยทิพย์จักษุว่า โทณพราหมณ์ลอบหยิบเอาพระเขี้ยวแก้ว ซ่อนไว้ในมวยผม จึงทรงดำริว่า
พระมหากัสสปะกราบพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้า
ขณะนั้น พระบรมบาททั้งคู่ของพระพุทธเจ้า ได้แสดงอาการประหนึ่งว่า พระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ได้ทำลายคู่ผ้าทุกุลพัสตร์ ที่ห่อหุ้มอยู่ทั้ง 500 ชั้น กับทั้งพระหีบทองออกมาปรากฎในภายนอก ในลำดับแห่งคำอธิษฐานของพระมหากัสสปะ ดุจดวงอาทิตย์ที่แลบออกจากกลีบเมฆ ฉะนั้น พุทธบริษัททั้งปวง เห็นเป็นอัศจรรรย์พร้อมกัน
ดอกมณฑาตก
เวลานั้น พระมหากัสสปเถระ พาพระภิกษุสงฆ์ 500 เดินทางจากเมืองปาวา ไปเมืองกุสินารา เพื่อเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงวัน แสงแดดกล้า พระมหากัสสปเถระ จึงพาพระภิกษุสงฆ์ เข้าหยุดพักร่มไม้ริมทาง ด้วยคิดว่าตอนเย็น จึงจะเดินทางต่อไป
ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระศพ แต่เพลิงไม่ติด
ครั้นบรรจุพระพุทธสรีระศพ ลงในหีบทองเรียบร้อยแล้ว ก็อัญเชิญหีบทองนั้น ขึ้นประดิษฐานบนจิตรกาธาร ทำสักการะบูชา แล้วมัลลกษัตริย์ทั้ง 8 พระองค์ ผู้เป็นประธานกษัตริย์ทั้งปวง ก็นำเอาเพลิงเข้าจุด เพื่อถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระศพ แต่เพลิงก็ไม่ติดตามประสงค์ แม้จะพยายามจุดเท่าใด ก็ไม่บรรลุผล
นางมัลลิกาถวายเครื่องมหาลดาประสาธน์
ครั้นนางมัลลิกา ผู้เป็นภรรยาของพันธุละเสนาบดี ซึ่งมีนิเวศน์อยู่ในนครนั้น ได้ทราบว่า ขบวนอัญเชิญพระพุทธสรีระศพจะผ่านทางนั้น นางก็มีความยินดี ที่จะได้อัญชลีอภิวาทเป็นครั้งสุดท้าย นางจึงดำริด้วยความเลื่อมใสว่า
พระสรีระศพของพระพุทธเจ้าไม่เคลื่อนจากที่
ครั้นถึงวันที่ 7 มัลลกษัตริย์ทั้งหลาย ได้ปรึกษาพร้อมใจกัน ในการจะอัญเชิญพระสรีระของพระพุทธเจ้า ไปโดยทิศใต้แห่งพระนคร เพื่อถวายพระเพลิง ยังภายนอกพระนคร
พุทธบริษัทกล่าวสรรเสริญพระพุทธคุณ
ขณะนั้น ท้าวสหัมบดีพรหม ท้าวสักกกะ พระอนุรุทธเถระ และพระอานนท์เถระ ได้กล่าวคาถา สรรเสริญพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แสดงความไม่เที่ยงถาวรของสัตว์ สังขารทั่วไป ด้วยความเลื่อมใส และความสลดใจ ในการปรินิพพานของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นพระบรมศาสดา ของมวลเทพดาและมนุษย์ทั้งหลาย
พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน
เมื่อพระผู้มีพระภาค ตรัสพระโอวาทประทาน เป็นวาระสุดท้ายเพียงเท่านี้แล้ว ก็หยุด มิได้ตรัสอะไรอีกเลย ทรงทำปรินิพพานบริกรรม ด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ ทั้ง 9 โดยอนุโลมเป็นลำดับ ดังนี้ คือ
พระพุทธเจ้าประทานปัจฉิมโอวาท
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ประทานโอวาทแก่ภิกษุทั้งหลายว่า "อานนท์ เมื่อตถาคตปรินิพพานแล้ว หากจะพึงมีภิกษุบางรูปดำริว่า พระศาสดาของเราปรินิพพานแล้ว บัดนี้ ศาสดาของเราไม่มี อานนท์ ท่านทั้งหลายไม่ควรดำริอย่างนั้น ไม่ควรเห็นอย่างนั้น แท้จริง วินัยที่เราได้บัญญัติแก่ท่านทั้งหลายก็ดี ธรรมที่เราได้แสดงแล้ว แก่ท่านทั้งหลายก็ดี เมื่อเราล่วงไป ธรรมและวินัยนั้น ๆ แล จักเป็นศาสดาของท่านทั้งหลาย"
พระพุทธเจ้าโปรดให้ลงพรหมทัณฑ์พระฉันนะ
พระอานนท์เถระ ได้ทูลถามพระบรมศาสดาว่า "ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระฉันนะถือตัวว่า เป็นข้าเก่า ติดตามพระองค์ คราวเสด็จสู่มหาภิเนกษกรม เป็นผู้ว่ายาก ไม่รับโอวาทใคร ๆ แม้จะกรุณาเตือน เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว จักเป็นผู้ว่ายากยิ่งขึ้น ด้วยหาผู้ยำเกรงมิได้ ข้าพระองค์จะพึงปฏิบัติแก่ท่านอย่างไร ในกาลเมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว"
พระพุทธเจ้าโปรดสุภัททปริพพาชก
สมัยนั้น ปริพพาชกผู้หนึ่ง ชื่อว่า สุภัททะ ชาวเมืองกุสินารา ได้ยินข่าวว่า พระสมณะโคดม จักปรินิพพาน ในที่สุดแห่งราตรีนี้แล้ว จึงคิดว่า "ความสังสัยของเรามีอยู่ ควรจะรีบออกไปเฝ้า ทูลถามให้พระองค์ตรัส บอกบรรเทาความในใจของเรานั้นเสีย"
พระพุทธเจ้าโปรดให้แจ้งข่าวปรินิพพานแก่พวกมัลลกษัตริย์
ครั้นพระผู้มีพระภาคตรัสเรื่องกุสินาราแล้ว บรรเทาความข้องใจหายความปริวิตก แก่พระอานนท์เถระเจ้าแล้ว ทรงรับสั่งว่า "อานนท์ จงเข้าไปบอกพวกมัลลกษัตริย์ให้ทราบว่า บัดนี้ พระตถาคตเจ้าจักปรินิพพาน ณ ยามที่สุดแห่งราตรีในวันนี้ อย่าให้มัลลราชทั้งหลายมีความเดือดร้อนในภายหลังว่า พระตถาคตเจ้ามาปรินิพพานในคามเขตของเราทั้งหลาย สิกลับไม่ได้เห็นพระองค์ในกาลสุดท้าย"
พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องเมืองกุสินารา
พระอานนท์เถระเจ้า ได้กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า "ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เมืองกุสินารา เป็นเมืองเล็ก เมืองดอน ไม่ควรเป็นเมืองที่พระองค์จะเสด็จปรินิพพาน ข้าพระองค์ขออาราธนาให้ไปปรินิพพานในเมืองใหญ่ ๆ เช่นพระนครราชคฤห์ พระนครสาวัตถี เป็นต้น นั้นเถิด กษัตริย์ พราหมณ์ และคหบด ี ผู้มีมหาศาล จักได้จัดการสักการะบูชาพระสรีระเป็นมโหฬาร ควรแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นอัจฉริยมนุษย์บุรุษรัตนดิลกเลิศในโลก"
พระพุทธเจ้าตรัสสรรเสริญพระอานนท์
ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงอตีตังสญาณอันวิเศษ ได้ทรงพยากรณ์พระอานนท์ ในที่ประชุมสงฆ์เช่นนั้นแล้ว ก็ตรัสสรรเสริญพระอานนท์ว่า
พระพุทธเจ้าประทานโอวาทแก่พระอานนท์
ครั้งนั้น พระอานนท์เถระ เข้าไปในวิหาร ยืนเหนี่ยวกลอนประตูวิหาร ร้องไห้ คิดสังเวชตัวว่าอาภัพ อุตส่าห์ติดตามปฏิบัติพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประดุจเงาติดตามพระองค์ โดยมุ่งยึดเอาพระองค์เป็นนาถะ เพื่อทำความสิ้นทุกข์ พระสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้นก็จะเสด็จปรินิพพานในราตรีนี้แล้ว ทั้งที่เราเองก็ยังเป็นเสขบุคคลอยู่
ถูปารหบุคคล 4 ประเภท
พระพุทธเจ้าตรัสแก่พระอานนท์ว่า "อานนท์ บุคคลผู้ควรแก่การประดิษฐานในสถูป เรียกว่า ถูปารหบุคคล มี ๔ ประเภท คือ:- 1.) พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า 2.) พระปัจเจกพุทธเจ้า 3.) พระสาวกอรหันต์ 4.) พระเจ้าจักรพรรดิ
วิธีปฏิบัติในพระพุทธสรีระ
ลำดับนั้น พระอานนท์เถระเจ้า ได้ทูลถามถึงวิธีปฏิบัติในพระพุทธสรีระว่า "ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์จะพึงปฏิบัติในพระพุทธสรีระ เป็นไฉน"
พระพุทธเจ้าแสดงสังเวชนียสถาน 4 แห่ง
ครั้งนั้น พระอานนท์เถระเจ้าได้กราบทูลว่า "ในกาลก่อน เมื่อออกพรรษาแล้ว บรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย ได้เข้าใกล้สนทนาปราศัย ได้ความเจริญใจ ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว ข้าพระองค์ทั้งหลาย จักไม่ได้โอกาสอันดีเช่นนั้น เหมือนกับเมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์อยู่อีกต่อไป"
พุทธาภิเษกใหญ่หลวงพ่อพระใส
พระพุทธไตรสสตวรรษาณุสรณ์ พระประธานประจำกรมป่าไม้
พระพุทธเจ้าทรงปรารภสักการะบูชา
ครั้งนั้น ต้นรังทั้งคู่ เผล็ดดอกบานเต็มต้น ล่วงหล่นมายังพระพุทธสรีระ บูชาพระพุทธเจ้า เป็นมหัศจรรย์ แม้ดอกมณฑาในเมืองสวรรค์ ตลอดทิพยสุคนธชาติ ก็ตกลงมาจากอากาศ บูชาพระพุทธเจ้า แม้เทวดาทั้งหลาย ก็ประโคมดนตรีทิพย์ บรรลือลั่นเป็นมหานฤนาท บูชาพระพุทธเจ้าในอวสานกาล
ปุกกุสะถวายผ้าสิงคิวรรณ
ครั้งนั้น ปุกกุสะ บุตรแห่งมัลลกษัตริย์ ผู้เป็นสาวกของอาฬารดาบส กาลามโคตร เดินทางจากเมืองกุสินารา เพื่อจะไปยังปาวานคร โดยทางนั้น ครั้นมาถึงที่นั้น เห็นพระพุทธเจ้า ประทับอยู่ร่มไม้ใหญ่ริมทาง จึงเข้าไปเฝ้าถวายบังคม แล้วนั่ง ณ ที่ควร
พระพุทธเจ้าทรงขอน้ำเสวย
ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าทรงเยียวยาโรค ด้วยโอสถ คือสมาบัติภาวนา เสด็จจากเมืองปาวา พร้อมพระภิกษุสงฆ์
« ก่อนหน้านี้

หน้าหลัก | ผลงานล่าสุด | แกลเลอรี่รูปเหมือนพระเกจิ | พระเครื่อง | ทำบุญเสริมบารมี | ติดต่อทีมงานช่างปั้นบุ๊ง
รับสั่งทำงานปั้นรูปเหมือนทุกชนิด เกจิ อาจารย์ดัง บุคคลสำคัญ ติดต่อทีมช่างปั้นได้ที่ 081-869-1588 / 081-830-0464
Email และ MSN Messenger: yut@buddhawax.com