
“หลวงพ่อจง พุทธสโร” แห่งวัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังแก่กล้าในพลังจิตพุทธาคม ในยุคสงครามอินโดจีน โดยมีชื่อเรียกกันติดปากว่า “จาด-จง-คง-อี๋” ท่านได้สร้างวัตถุมงคลไว้มากมายหลายอย่าง และได้สร้างแจกทหาร ตำรวจ ในสงครามอินโดจีน ในช่วงปี พ.ศ.2483-2485 เป็นต้นมา เช่น เสื้อยันต์แดง ตะกรุดชุด จนทำให้ทหารที่รอดชีวิตมา
ต่างพูดเสียงเดียวกันว่า “วัตถุมงคลของหลวงพ่อจงสุดยอดจริงๆ”
“หลวง พ่อจง” มีนามเดิมว่า “จง” สำหรับวันเดือนปีเกิดนั้น เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ล่วงเลยผ่านพ้นมานาน อีกทั้งการบันทึกก็มิได้มีหลักฐานที่เด่นชัด แต่ระบุไว้พอรู้ความว่า ท่านได้เกิดในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี วันพฤหัสบดี เดือน 4 ปีวอก ตรงกับวันที่ 6 มีนาคม 2415 อย่างไรก็ตาม ด้วยเวลานั้นยังไม่มีการใช้ชื่อสกุล จึงไม่มีการระบุชื่อนามสกุลเดิมของท่านไว้
ท่านถือกำเนิดในท้องที่ ต.หน้าไม้ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โยมบิดา-มารดา ชื่อว่า นายยอดและนางขลิบ ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา
ชีวิตหลวงพ่อจง ในวัยเยาว์ เป็นผู้มีความชอบวัด ติดวัด เข้าวัดฟังธรรมอยู่เป็นนิจ มากกว่าเด็กในวัยเดียวกันที่ชอบเที่ยวเตร่หาความสนุกสนานไปวันๆ
ดังนั้น เมื่ออายุครบอุปสมบทในปี พ.ศ.2435 โยมบิดามารดาจึงจัดพิธีอุปสมบทให้ได้เป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมา วัดหน้าต่างใน โดยมีหลวงพ่อสุ่น เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์อินทร์ เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์โพธิ์ เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างใน เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ภาย หลังอุปสมบท ท่านได้อยู่พำนักเพื่อศึกษาพระธรรมวินัย ตลอดจนวิชาการต่างๆ ที่วัดหน้าต่างใน ได้มาศึกษาหาความรู้ในด้านพระปริยัติธรรมและธรรมสิกขา พร้อมทั้งฝึกฝนด้านการเขียนอ่านอักษรทั้งไทยและขอมจากท่านพระอาจารย์โพธิ์ เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างใน ซึ่งเป็นพระอนุสาวนาจารย์
การแสวงหาความรู้ ของพระภิกษุจง มิได้หยุดยั้งอยู่แต่เพียงภายในวัดหน้าต่างในเท่านั้น ท่านยังคงเสาะแสวงหาที่เรียนต่อไป เช่น การไปเรียนวิชาฝ่ายกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อปั้น วัดพิกุล ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง
ด้วยภูมิธรรมความรู้ อันเกิดจากความวิริยะพากเพียร ทำให้พระภิกษุจง เป็นที่เคารพศรัทธาของญาติโยมทั้งหลาย ต่อมาเมื่อหลวงพ่ออินทร์ สิ้นบุญลง ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอกว่างลง
ชาวบ้านต่างเห็นพ้อง ต้องกันว่า พระภิกษุจง พุทธสโร ศิษย์ของท่านพระอาจารย์โพธิ์ วัดหน้าต่างใน มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ครั้นเมื่อเข้ามารับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก ท่านได้รับการขนานนามเป็น “หลวงพ่อจง”
หลวงพ่อจง เป็นพระเถราจารย์ที่มีวิทยาคมแก่กล้า ได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมจาก หลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ อ.บางบาล และหลวงพ่อปั้น วัดพิกุล จ.พระนครศรีอยุธยา
นอกจากนี้ หลวงพ่อจง ยังเป็นสหายธรรมสนิทกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เป็นอันมาก เนื่องจากมีพระอุปัชฌาย์เดียวกัน
หลวงพ่อจง ได้สร้างพระเครื่องวัตถุมงคลไว้มากมายหลายชนิด มีทั้งเหรียญ ผ้ายันต์ ตะกรุด แผ่นยันต์มหาลาภและกันไฟ แต่ที่มีชื่อเสียงมาก คือ เสื้อยันต์แดง ผ้ายันต์สิงห์มหาอำนาจ แผ่นยันต์พิมพ์ด้วยกระดาษสอง และปลาตะเพียนเงิน-ตะเพียนทอง
เนื่องจากคุณธรรมอันวิเศษที่หาได้ยาก ของหลวงพ่อจง ทำให้กิตติศัพท์แพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวาง งานปลุกเสกเครื่องมงคลในกรุงเทพฯ ที่จัดพิธีใหญ่ทุกงาน หลวงพ่อจงจะต้องได้รับนิมนต์มาร่วมพิธีด้วยทุกครั้งไป ถือว่าเป็นพระเถราจารย์ที่ขาดเสียมิได้
ด้วยคุณธรรมอันสูงส่งของ ท่านดังนี้ วิทยาคมที่ปรากฏชัดส่วนมาก คือ แคล้วคลาด คงกระพัน เมตตามหานิยม และมหาลาภ แม้กระทั่งสมเด็จพระสังฆราช (แพ) จะสร้างเครื่องมงคลครั้งใด ต้องมีบัญชาให้ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) นิมนต์หลวงพ่อจงมาร่วมปลุกเสกด้วยทุกครั้งไปมิเคยขาด
ในช่วงบั้นปลาย ชีวิต วันที่ 14 มกราคม 2508 หลวงพ่อจง ได้ล้มป่วยลงเป็นอัมพาตทางด้านขวาของร่างกายหมดความรู้สึก แต่ใบหน้าของท่านยังยิ้มแย้มเหมือนไม่รับทราบความเจ็บป่วยนั้น
คณะ ศิษย์ได้ตามนายแพทย์จากกรุงเทพฯ ไปรักษา ท่านพยายามห้ามปรามอย่างไรก็ไม่เป็นผล ท่านบอกแก่ลูกศิษย์ว่า “ตามหมอมาก็ไม่มีประโยชน์ ป่วยคราวนี้ไม่มีวันหาย อย่าห่วงเลยนะ มันจะเจ็บ มันจะป่วย มันจะตาย ไปห้ามมันไม่ได้ ลูกๆ ทุกคนจงจำไว้ เวลาจะเจ็บ เวลาจะป่วย เวลาจะตาย อย่าเอาจิตไปเกาะเกี่ยวเวทนา จะได้ไม่เกิดทุกข์”
นี่เป็นเสมือนคำสั่งสอนครั้งสุดท้ายของหลวงพ่อจง ที่ให้ลูกศิษย์เห็นถึงคุณวิปัสสนาญาณชั้นสูง
กระทั่ง เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2508 เวลา 01.55 น. หลวงพ่อจง ได้ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการสงบ ท่ามกลางความโศกสลดของคณะศิษย์ที่นั่งเฝ้าโดยใกล้ชิดทั้งหลาย
ที่มา : www.khaosod.co.th
|