
พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) วัดโพธิสมภรณ์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี
ประวัติและปฏิปทา
“หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป” หรือ “พระอุดมญาณโมลี” เป็นมหาเถระที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธา และเป็นแบบอย่างอันงดงามของพระภิกษุสงฆ์ สามเณร และประชาชนชาวอีสานมาอย่างยาวนาน ด้วยยึดหลักธรรมแห่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง มีพลังเกื้อหนุนจากธรรมะของครูบาอาจารย์ ที่คอยสนับสนุนตลอดมา ปฏิปทาอันงดงามของหลวงปู่จึงเป็นครูของชีวิต ที่คณะศิษยานุศิษย์ภาคภูมิใจยิ่ง
ปัจจุบัน หลวงปู่จันทร์ศรี สิริอายุ 94 พรรษา 74 เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี (ธรรมยุต) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต) และที่ปรึกษามหาเถรสมาคม
อัตโนประวัติ หลวงปู่จันทร์ศรี หรือพระอุดมญาณโมลี มีนามเดิมว่า จันทร์ศรี แสนมงคล เกิดเมื่อวันอังคารที่ 10 ตุลาคม 2454 ที่บ้านโนนทัน ต.โนนทัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น
หลวงปู่มีแววบวชเรียน ตั้งแต่เมื่อครั้งเยาว์วัย ด้วยโยมบิดา-มารดา ได้พาไปใส่บาตรพระทุกวัน จนเกิดความเลื่อมใสในบวรพระพุทธศาสนา ในบางครั้ง ด.ช.จันทร์ศรี จะนำเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งชายและหญิง 7-8 คน ออกไปเล่นหน้าบ้าน โดยตนเองจะเล่นรับบทเป็นพระภิกษุเป็นประจำ
อายุครบ 10 ขวบ โยมแม่นำไปฝากไว้กับเจ้าอธิการเป๊ะ ธัมมเมตติโก เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี เจ้าคณะตำบลโนนทัน และเป็นครูสอนนักเรียนโรงเรียนประชาบาล โดยรับไว้เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิด อยู่รับใช้ได้เพียง 1 เดือน หลวงพ่อนำเด็กชายเข้าเรียนภาษาไทย ตั้งแต่ชั้น ประถม ก.กา จนจบชั้นประถมบริบูรณ์ หลวงพ่อเห็นว่ามีความสนใจในทางสมณเพศ จึงได้ให้เข้าพิธีบรรพชา เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2468
จนมีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ สามเณรจันทร์ศรี ได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดศรีจันทร์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2474 โดยมีพระครูพิศาลอรัญญเขตต์ (จันทร์ เขมิโย) เจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สิงห์ ขนฺตยาคโม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาปิ่น ปญญาพโล วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นพระอนุสาวนาจารย์ มีพระอาจารย์กรรมฐานจำนวน 25 รูป นั่งเป็นพระอันดับ
อุปสมบทได้เพียง 7 วัน ท่านได้ติดตามหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี และพระอาจารย์อ่อน ญาณสิริ เดินรุกขมูล ตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงเดือนมีนาคม ก่อนลาหลวงปู่เทสก์ ขอไปศึกษาทางด้านพระปริยัติธรรมต่อในกรุงเทพมหานคร
พ.ศ.2474 สอบได้นักธรรมชั้นตรี ได้ในสนามหลวง คณะจังหวัดขอนแก่น พ.ศ.2475 สอบนักธรรมชั้นโท ได้ในสนามหลวง คณะจังหวัดขอนแก่น
พ.ศ.2477 สอบนักธรรมชั้นเอก ได้ในสนามหลวง สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ
พ.ศ.2480 สอบเปรียญธรรม 3 ประโยค สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพฯ พ.ศ.2485 สอบเปรียญธรรม 4 ประโยค สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร
พ.ศ.2484 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงมีพระบัญชาให้ ไปสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและบาลี ณ วัดสุทธาวาส ต.พระธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร
ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2484 หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต ได้ไปพำนักอยู่ที่วัดป่าสุทธาวาส เป็นเวลา 15 วัน ทำให้หลวงปู่จันทร์ศรีได้มีโอกาสใกล้ชิดหลวงปู่มั่น ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ถือเป็นกำไรแห่งชีวิตอันล้ำค่า
พ.ศ.2475 ท่านได้กลับมาอยู่จำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อศึกษาเปรียญธรรม 5 ประโยค
พ.ศ.2486 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงมีบัญชาให้ไปเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม แผนกบาลี ป.ธ. 3-4 สำนักเรียนวัดธรรมนิมิตร ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม เป็นเวลานานถึง 10 ปี
ต่อมาวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2497 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ก็ทรงมีพระบัญชาให้มาอยู่ที่วัดโพธิสมภรณ์ ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อทำศาสนกิจคณะสงฆ์ เนื่องจากพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) มีอายุเข้าปูนชรา เป็นรองเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์
พ.ศ.2498 หลวงปู่จันทร์ศรี ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี (ธรรมยุต)
พ.ศ.2507 เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวงชั้นตรี พ.ศ.2516
พ.ศ.2531 เป็นเจ้าคณะภาค 9 (ธรรมยุต)
ลำดับสมณศักดิ์ของหลวงปู่จันทร์ศรี พ.ศ.2475 เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกที่ พระครูสิริสารสุธี พ.ศ.2498 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระสิริสารสุธี พ.ศ.2505 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่พระราชเมธาจารย์ พ.ศ.2517 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเมธาจารย์
วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2533 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมบัณฑิต
วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2544 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระอุดมญาณโมลี
หลวงปู่จันทร์ศรี มีความจำเป็นเลิศ แม้ย่างเข้าวัยชรา แต่หลวงปู่ยังจำเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟัง หลวงปู่จะบอกชื่อคน วันเวลา ได้อย่างละเอียดเป็นที่น่าอัศจรรย์
สิ่งสำคัญในชีวิตหลวงปู่ คือการมีโอกาสได้ปฏิบัติใกล้ชิดกับพระเถระผู้ใหญ่ อาทิ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศวิหาร, สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (อ้วน ติสโส) วัดพระศรีมหาธาตุ, หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต, พระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม พระอาจารย์มหาปิ่น ปัญญาพโล เป็นต้น
ดังนั้น หลวงปู่จึงมีความรอบรู้ขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งในเมือง ในราชสำนัก และสำนักพระกัมมัฏฐาน และธรรมเนียมชาวบ้านเป็นอย่างดี หลวงปู่จันทร์ศรี เป็นหลวงปู่ใจดีของลูกหลาน โดยไม่เลือกชั้นวรรณะและไม่ยึดติดลาภสักการะ ไม่ติดในบริวาร ชีวิตหลวงปู่เรียบง่าย เป็นอยู่อย่างสามัญ แม้ท่านจะได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการปกครองคณะสงฆ์ แต่หลวงปู่ไม่ทิ้งการปฏิบัติกัมมัฏฐาน
เมื่อมีเวลาว่าง หลวงปู่จะไปพักผ่อนเยี่ยมเยียนวัดวาอารามต่างๆ แม้อยู่ลึกในหุบเขา เพื่อให้กำลังใจพระกัมมัฏฐาน พระเล็กเณรน้อย อย่างไม่ลดละ ความสุขของหลวงปู่ จึงอยู่ที่การได้ทำนุบำรุงบวรพระพุทธศาสนา เยี่ยมเยียนพระสงฆ์ ให้กำลังใจสอนธรรมแก่ประชาชน ให้รู้จักดีชั่ว บาปบุญคุณโทษ ปฏิปทาของหลวงปู่จันทร์ศรี จึงเป็นดั่งดวงประทีป ดวงชีวิต เป็นหลักชัยและหลักใจของลูกหลานชาวเมืองอุดรธานี และผองชาวพุทธตลอดไป ตราบนานเท่านาน
ขณะนี้หลวงปู่จันทร์ศรีกำลังดำเนินการก่อสร้าง “พระบรมธาตุธรรมเจดีย์” เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ทรงพระเมตตาประทานให้กับวัดโพธิสมภรณ์ บรรจุอัฐิธาตุของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต พระบูรพาจารย์แห่งพระธุดงคกรรมฐาน และบรรจุอัฐิธาตุของพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์
จุดประสงค์สำคัญยิ่งเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสมงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในปี พ.ศ. 2550
“พระบรมธาตุธรรมเจดีย์” มีลักษณะเป็นเจดีย์พิพิธภัณฑ์รูปทรง 8 เหลี่ยม มีห้องโถง 3 ชั้น ฐานกว้าง 12×12 เมตร ความสูง 38 เมตร มีลักษณะผสมผสานสัญลักษณ์ของอีสานตอนบนและอารยธรรมลุ่มแม่น้ำโขง ห้องโถง ชั้นที่ 1 เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือน อัฐบริขาร และชีวประวัติ คติธรรมของพระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล) และพระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี) ประวัติวัดโพธิสมภรณ์ ประวัติการสร้างพระเจดีย์ รายนามผู้บริจาค
ชั้นที่ 2 เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนและชีวประวัติ คติธรรม บูรพาจารย์พระธุดงคกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต จำนวน 9 รูป คือ
1.หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต
2.หลวงปู่สิงห์ ขนฺตยาคโม
3.หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
4.หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ
5.หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร
6.หลวงปู่ขาว อนาลโย
7.หลวงปู่ฝั้น อาจาโร
8.หลวงปู่มหาบัว ญาณสมฺปนฺโน
และ 9.หลวงปู่หล้า เขมปตฺโต
ชั้นที่ 3 เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ในพระเจดีย์แก้วจำลอง ประวัติสังเวชนียสถานทั้ง 4 และภาพทศบารมี
|