
พระครูศีลมงคล (พ่อท่านไข่ นาถสีโล) วัดลำนาว จ.นครศรีธรรมราช
เมื่อสมัยที่ พ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน จ.นครศรีธรรมราช พระอริยสงฆ์แห่งปักษ์ใต้ยังครองสังขารอยู่ ได้มีชาวบ้าน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราชไปกราบท่านอยู่เป็นประจำ พ่อท่านคล้ายจะบอกให้ทราบว่า บัดนี้ที่บางขันได้มีไก่ขันหลอแหลขึ้นมาแล้วให้ไปกราบไหว้ท่านเสีย เพราะเป็นพระบริสุทธิ์สงฆ์ที่กราบไหว้ได้สนิทใจ
พระบริสุทธิ์สงฆ์ ที่พ่อท่านคล้ายพูดถึงนั้น ท่านหมายถึง พ่อท่านไข่ แห่งวัดลำนาว นั่นเอง
พ่อท่านไข่ วาจาสิทธิ์ (หลวงปู่ไข่ นาถสีโล) ผู้ซึ่งร่ำเรียนวิชาจากท่านพ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ จนพ่อท่านคล้ายเองได้เคยปรารภกับประชาชนที่มากราบไหว้ท่านว่า พวกท่านทั้งหลายสามารถไปกราบหลวงปู่ไข่ได้เฉกเช่นเดียวกับมากราบไหว้พ่อท่าน คล้ายเอง ยิ่งไปกว่านั้นคำพูดของหลวงปู่ไข่เองก็ยังถือว่าเป็น “วาจาสิทธิ์” ดังเช่นชื่อเสียงอันโด่งดังของพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ ด้วย
ด้วยเหตุที่พ่อท่านไข่ท่านเป็นพระที่มีความยึดมั่นในพระธรรมวินัยอย่าง เคร่งครัด มีศีล สมาธิ ปัญญามีความสะอาดหมดจดทั้งกายวาจาใจ มีปฏิปทาอันน่าเคารพศรัทธาเลื่อมใส ไม่ว่าท่านจะกล่าวอะไรก็จะเป็นไปตามคำที่ท่านกล่าวเสมอ จนเป็นที่เลื่องลือกล่าวขานกันว่า พ่อท่านไข่ วาจาสิทธิ์
ประวัติ
พระครูศีลมงคล (พ่อท่านไข่ นาถสีโล) เดิมพ่อท่านไข่ วาจาสิทธิ์ชื่อ “นายไข่ นาจะทอง” โยมบิดาชื่อ ด้วง โยมมารดาชื่อ คล้าย ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๗ เดือน ๗ ปีเถาะ พ.ศ.๒๔๕๖ มีพี่น้อง ๔คน เป็นชายทั้งหมด เป็นบุตรคนสุดท้อง ท่านเกิดปีเถาะ ปัจจุบันอายุ 92 ปี ท่านมีภูมิลำเนาเดิมเป็นคนนครศรีธรรมราช ต.น้ำไม้ไผ่ อ.ทุ่งสง ภายหลังอำเภอทุ่งสงได้แบ่งส่วนออกมาเป็นอำเภอบางขันในปัจจุบัน พ่อท่านไข่ได้เล่าให้ฟังว่าแต่เดิมก่อนที่จะออกบวชนั้น ท่านได้รู้จักกับพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์ และหลังจากพบพ่อท่านคล้ายแล้วจึงได้ตัดสินใจออกบวช
ท่านบวชเณรตั้งแต่อายุเพียง 15 ปีเท่านั้น(ปัจจุบัน 77 พรรษา) และอุปสมบทเป็นพระเมื่ออายุ ๒๑ ปี ณ อุโบสถวัดชัยชุมพล อ.ทุ่งสง โดยมี พระครูอุดมศีลาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะที่ท่านจำวัดอยู่ที่วัดทุ่งควายนั้นชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จัก อย่างกว้างขวางสืบเนื่องจากมีชาวบ้านมากมายต่างต้องเดินทางไปไหว้พ่อท่าน คล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน กันอย่างเนืองแน่น บางคนตั้งใช้ระยะเวลาการเดินทางมาก จนในที่สุดพ่อท่านคล้ายได้ออกปากว่า “ท่านทั้งหลายที่ไปไหว้พ่อท่านไข่ วัดทุ่งควาย ก็เหมือนดั่งได้มาไหว้พ่อท่านคล้ายแล้ว ”
พ่อท่านไข่มักจะสวดท่องพระคาถาชินบัญชรเป็นประจำ ทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่เลื่องลือในเรื่องพระคาถาชินบัญชร จนไปถึงมวลสารของท่าน “ผงชินบัญชร” อันเลื่องลือ เมื่อมีการจัดพิธีพุทธาภิเษกต่างๆ ท่านก็มักจะได้รับการเชิญให้ไปร่วมพิธีนั่งปรกด้วย อุปนิสัยของพ่อท่านไข่ค่อนข้างดุ แต่จริงๆ แล้วท่านใจดี จะดุกับคนที่ไม่อยู่ในกฏระเบียบเท่านั้น ท่านไม่ชอบการใบ้หวย แต่ชอบที่ได้ให้ศีล ให้พร ให้ลาภมากกว่า ถ้าใครได้รับพรจากท่านไปก็จะประสบแต่ความสำเร็จ โชคดี ดังคำอวยพรที่เอ่ยจากปากของท่าน จึงเป็นที่มาของ “พ่อท่านไข่ วาจาสิทธิ์”
ต่อมาท่านได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งสร้าน วัดวังขรี วัดทุ่งควายและสุดท้ายท่านได้รับนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาส วัดลำนาว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาจนถึงปัจจุบัน
พ่อท่านไข่ ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำวัตรปฏิบัติไม่เคยขาด เจริญกรรมฐานเป็นอารมณ์ท่านสวดพระคาถาชินบัญชรเป็นนิจ ตั้งแต่สมัยที่ท่านอุปสมบทใหม่ๆ จนถึงปัจจุบันทั้งยังเป็นพระที่รักสันโดษ มักน้อย สมถะ ไม่ยืดติดในลาภยศใดๆ ทั้งสิ้น สมกับเป็น พระแท้พระบริสุทธิ์สงฆ์ อันแท้จริงของชาวใต้ และเป็นหลักชัยของ อ.บางขัน ตลอดมา
จากประวัติของวัดลำนาวที่ได้กล่าวมาแล้วว่าเป็นวัดร้างมาตั้งแต่ก่อนพ่อ ท่านไข่จะมาอยู่ ไม่มีแม้กระทั่งเจดีย์, กุฏิ,พระเมรุ, โรงธรรม รวมไปถึงป้ายชื่อหน้าวัดเอง แม้กระทั่งกุฏิของพ่อท่านไข่ก็มีสภาพเก่าไม่ต่างกัน ด้วยความที่พ่อท่านไข่หมดสิ้นแล้วซึ่งกิเลส ไม่ต้องการซึ่งความสะดวกสบาย ท่านจึงไม่สนใจว่ากุฏิท่านจะมีสภาพเก่า ตรงกันข้ามท่านพึงปรารถนาเพียงแต่อยากจะบูรณะโรงธรรม เพื่อประโยชน์ในการศึกษา ปฏิบัติธรรม และเผยแผ่พุทธศาสนาให้แก่ชาวบ้านในละแวกนั้น
ในแต่ละวัน ท่านจะรับแขกเพียงหนึ่งหรือสองเวลาเท่านั้น ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่ไปหาท่านก็เพื่อขอพรจากท่าน เพราะต่างก็เชื่อกันว่า พรที่ได้จากท่านนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก และจะเป็นไปตามวาจาสิทธิ์ของท่านเสมอ
|