
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2552 ชาวเมืองกรุงเก่า ได้รับข่าวร้าย ด้วยพระเดชพระคุณ “พระครูพินิตสังฆการ” หรือ “หลวงพ่อเสาร์ สาวกนาโม” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังต้นตำรับตะกรุดลูกปืน เจ้าอาวาสวัดดอนหญ้านาง ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา และรักษาการแทนเจ้าคณะอำเภอภาชี ได้มรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 76 ปี พรรษา 57
อัตโนประวัติ เกิดในสกุลบัวขจร เมื่อวันเสาร์ที่ 19 เดือนพฤษภาคม 2476 ที่บ้านหมู่ที่ 5 ต.ดอนหญ้านาง อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา มีพี่น้อง 3 คน จนกระทั่งมีอายุครบบวชจึงได้เข้าอุปสมบทเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2496 ที่วัดดอนหญ้านาง
มี พระครูสุนทรธรรมนิวิฐ หรือ หลวงพ่อชื้น เจ้าอาวาสวัดภาชี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวิจารธรรมทิจ วัดวิมลสุนทร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ หลวงพ่อรวย วัดตะโก เป็นพระอนุสาวนาจารย์
หลัง จากอุปสมบทแล้ว ได้ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมด้วยความมุ่งมั่น สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก จนกระทั่งปี 2516 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดดอนหญ้านาง พ.ศ.2546 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลหนองน้ำใส อ.ภาชี พ.ศ.2547 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2552 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รักษากรแทนเจ้าคณะอำเภอภาชี
ลำดับ สมณศักดิ์ พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นโท ในราชทินนาม พระครูพินิตสังฆการ
ได้ ศึกษาเล่าเรียนวิชากัมมัฏฐานและวิชาด้านเมตตาจากหลวงพ่อชื้น วัดภาชี และหลวงพ่อรวย วัดตะโก นอกจากนี้ ยังศึกษาวิชามหาอุดกับหลวงพ่อนอ วัดกลาง อ.ท่าเรือ และหลวงพ่อโก๊ะ วัดศาลาลอย
สำหรับวัตถุมงคลที่ได้ รับการกล่าวขวัญและนิยม คือ ตะกรุดลูกปืน ซึ่งท่านทำขึ้นมาเป็นเสมือนต้นตำรับ หลังจากนั้นชื่อเสียงของท่านโด่งดัง ทุกงานพุทธาภิเษกวัตถุมงคล เป็นจะต้องมีชื่อหลวงพ่อเสาร์ เป็นพระเกจิที่เข้าร่วมพิธีนั่งอธิษฐานจิตด้วยทุกครั้ง
ล่าสุด หลวงพ่อเสาร์ได้สร้างตะกรุดสังกะสีให้กับวัดโตนดเตี้ย อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา และมานั่งอธิษฐานจิตเหรียญชนิดต่างๆ ที่วัดกษัตราธิราช สร้างเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ถือเป็นวัตถุมงคลที่ท่านสร้างและอธิษฐานจิตเป็นรุ่นสุดท้าย ก่อนที่จะละสังขารไป
ระหว่างที่ หลวงพ่อเสาร์ จำพรรษาอยู่ที่วัดดอนหญ้านาง จนได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส ท่านได้ทำนุบำรุงวัดจากวัดที่อยู่ห่างไกลความเจริญไม่มีคนรู้จัก ให้มีความเจริญรุ่งเรือง ปัจจัยที่ได้จากการเช่าวัตถุมงคลในงานพุทธาภิเษก ท่านได้นำมาบูรณะวัด ซึ่งประมาณค่าใช้จ่ายในการบูรณะวัดไปแล้วกว่า 15 ล้านบาท
กระทั่งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2552 ช่วงหัวค่ำ หลังจากลงสวดปาฏิโมกข์เสร็จ หลวงพ่อเสาร์ได้เข้ามาพักผ่อนที่กุฏิ และปรารภว่า รู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว เจ็บที่บริเวณหน้าอก คณะศิษย์ได้ช่วยกันนวดหลวงพ่ออยู่พักใหญ่ แต่อาการไม่ค่อยดี จึงได้ไปเรียกลูกศิษย์ลูกหาที่อยู่ใกล้วัด ให้ช่วยนำหลวงพ่อเสาร์ไปส่งที่โรงพยาบาลภาชี ซึ่งขณะนั้นท่านมีอาการแน่นิ่งไป
เมื่อไปถึงโรงพยาบาลภาชี คณะแพทย์ได้พยายามช่วยเหลือปั๊มหัวใจจนสุดความสามารถ แต่ไม่สามารถยื้ออาการไว้ได้ แพทย์ระบุว่าหลวงพ่อเสาร์ได้ขาดอากาศหายใจไปก่อนหน้าที่จะมาถึงโรงพยาบาล ตั้งแต่เวลา 23.10 น. วันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ด้วยโรคหัวใจล้มเหลว จากการตรวจอย่างละเอียดพบว่าถุงลมปอดอุดตันเรื้อรังมานาน
ก่อนหน้า นี้ วันที่ 19 กันยายน 2552 ตรงกับวันพระเป็นวันสารทไทย มีชาวบ้านมาทำบุญกันแน่นศาลาวัด โดยหลวงพ่อเสาร์ได้เทศนาสั่งสอนประชาชนเตือนสติเกี่ยวกับเรื่องการเกิดแก่ เจ็บตายและความสำคัญของวันสารทไทย เมื่อเทศนาจบ พร้อมทั้งสวดมนต์ให้พรจนเสร็จ
หลวงพ่อเสาร์ได้กล่าวกับคนใกล้ชิด เหมือนกันเป็นลางสังหรณ์ว่า “วันนี้ขอเทศน์เป็นครั้งสุดท้ายและจะไม่ได้ยินเสียงการเทศน์อีกเพราะรู้สึก เหนื่อยมาก” ซึ่งชาวบ้านต่างบอกว่า วันนี้หลวงพ่อเทศนาดี ขอให้เทศนาต่อๆ ไปอีก แต่หลวงพ่อเสาร์บอกว่าไม่ไหวแล้ว
ซึ่งชาวบ้านหลายคนทราบ ข่าวการมรณ ภาพของท่าน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ที่หลวงพ่อเสาร์พูด ท่านคงรู้และกำหนดจิตได้ ท่านจึงได้ละสังขารไปอย่างสงบ ตรงกับวันเสาร์ที่ท่านเกิดพอดี
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/
|