หลวงพ่อปาน หลวงพ่อชื่น หลวงพ่อสด หลวงพ่อเจริญ
  ร่วมบูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าองค์จริง
• หลวงปู่สี ฉฺนทสิริ วัดเขาถ้ำบุนนาค
• หลวงพ่อแพ เขมังกโร วัดพิกุลทอง
• หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปัตตานี
• พระพม่า
• สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต วัดระฆัง
   
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาด 12 นิ้ว
   
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาด 9 นิ้ว
• หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน
• หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
• หลวงปู่ทวดทอง
• หลวงพ่อปัญญา วัดชลประทาน
• หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปัญโญ วัดสะแก
   
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาด 5 นิ้ว
• เทส โพส พระ 5 นิ้ว
   
รับสั่งปั้นพระเกจิ และรูปเหมือนบุคคลทั่วไป ติดต่อ 081-869-1588 (ช่างบุ๊ง)
  เกจิ
• หลวงปู่บุญ ขันธโชติ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม
• ประวัติ หลวงปู่ทวง ธัมมโชโต วัดบ้านยาง จ.มหาสารคาม
• ประวัติ หลวงปู่แสง ปริปุณโณ วัดบ้านหัวช้าง จ. มหาสารคาม
• ประวัติ หลวงปู่เนย สมจิตฺโต วัดป่าโนนแสนคำ จ.สกลนคร
• ประวัติ หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง จ.เลย
• พระเทพวรมุนี พระนักพัฒนานครพนม
• ประวัติ หลวงพ่อเพ็ชร วัฑฒโณ (จบ) วัดศรีเวียง
• ประวัติ หลวงปู่สาม อกิญฺจโน วัดป่าไตรวิเวก จ.สุรินทร์
• หลวงพ่อโม วัดไตรมิตรวิทยาราม
• ประวัติ หลวงปู่แพงตา เขมิโย วัดประดู่วีรธรรม
• ประวัติ หลวงปู่พระมหาปิ่น ปญฺญพโล
• ประวัติ หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล
• ประวัิติ หลวงปู่จันทร์ เขมิโย วัดศรีเทพประดิษฐาราม
• ประวัติ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
• ประวัติ หลวงพ่อแช่ม สังฆปาโมกข์ วัดท่าฉลอง จังหวัดภูเก็ต
• หลวงพ่อแสง ธัมมสโร วัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ (วัดในเตา) จ.ตรัง
• ประวัติ หลวงปู่สี ฉันทสิริ วัดเขาถ้ำบุญนาค จังหวัดนครสวรรค์
• ประวัติ เจ้าคุณประยุทธ์ วัดญาณเวศกวัน จ.นครปฐม
• หลวงพ่อชื่น สุจิตโต วัดมาบข่า จ.ระยอง
• ประวัติ หลวงพ่อขัน อินทปัญโญ วัดนกกระจาบ พระนครศรีอยุธยา
• ประวัติ หลวงปู่ขุ้ย วัดซับตะเคียน
• ประวัติ หลวงพ่อแก้ว ธัมมิโก วัดโคกโดน จ.พัทลุง
• หลวงปู่ถิน สารานุโม วัดบ้านดงเมืองน้อย จ.มหาสารคาม
• ประวัติ หลวงพ่อคล้าย จันทสุวัณโณ วัดสวนขัน
• ประวัติ หลวงปู่นนท์ วราโภ วัดเหนือวน จ.ราชบุรี
• ประวัติ หลวงพ่อเพิ่ม อตฺตทีโป วัดป้อมแก้ว
• ประวัติ พระอาจารย์พรหม จิรปุญโญ วัดประสิทธิธรรม จ.อดรธานี
• ประวัติ หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา
• ประวัติ หลวงพ่อรัง สัจจวโร วัดอมฤตวารี (หนองน้ำคัน) จ.อุทัยธานี
• ประวัติ หลวงปู่หอม เขมิโย วัดหนองชนะชัย จ.ลพบุรี
พระกรุ
พระเกจิ
หลวงปู่ทวด
พระโบราณ
จตุคามรามเทพ
พระใหม่
เครื่องราง
พระเนื้อไม้
พระเนื้อดิน
พระเนื้อผง
พระบูชา
รูปเหมือน
การเสริมสร้างบารมีให้ตัวเอง การเสริมสร้างบารมีให้ตัวเอง เกิดจากการตั้งจิตใจ ที่เป็นกุศลสำหรับการเสริมตนเอ
ทำบุญ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร เป็นคำเรียกการตระเวนไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด
 
   •  บทสวดมนต์
   •  พระคาถา
   •  หลักธรรมทางพุทธสาสนา
   •  พุทธประวัติ
   •  ศาสนาพิธี
   •  วันสำคัญในพระพุทธศาสนา
   •  วัดสำคัญในประเทศไทย
   •  พระพุทธรูปต่าง ๆ
 
ประวัติ หลวงปู่มหาปราโมทย์ ปราโมชฺโช วัดป่านิโครธาราม จ.อุดรธานี

๏ ชาติภูมิ

ท่านหลวงปู่มหาปราโมทย์ ปราโมชฺโช ถือกำเนิดในตระกูลวังสะจันทานนท์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 เดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2466 ตรงกับวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ปีกุน ณ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี นามเดิมของท่านชื่อ ปราโมทย์ วังสะจันทานนท์ (หนูแดง) เป็นบุตรคนเดียวของคุณพ่อสิงห์คำ และคุณแม่ทองเพียร วังสะจันทานนท์

คุณพ่อสิงห์คำได้รับราชการทหารเป็นนายร้อยทหารบกที่จังหวัดปราจีนบุรี และสมรสกับคุณแม่ทองเพียร ที่บ้านหัวหว้า จังหวัดปราจีนบุรี หลังจากสมรสแล้ว ได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี และได้ให้กำเนิดเด็กชายปราโมทย์ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นบุตรคนเดียวของคุณพ่อสิงห์คำ และคุณแม่ทองเพียร

กาลต่อมาคุณพ่อสิงห์คำได้เสียชีวิตลง คุณแม่ทองเพียร จึงได้พาเด็กชายปราโมทย์ กลับมาอยู่ที่บ้านหัวหว้าอีกครั้ง และเด็กชายปราโมทย์ ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดเกาะสมอ บ้านเกาะสมอ จังหวัดปราจีนบุรี กาลต่อมา คุณแม่ทองเพียรเกิดล้มป่วยและได้เสียชีวิตลง คุณยาย (ผุย เพ็งทอง) ได้รับอุปการะเด็กชายปราโมทย์ไว้

กาลต่อมาคุณยายผุยได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชรา เด็กชายปราโมทย์ และเด็กชายแก้ว ดอนมอญ ได้บวชหน้าไฟให้คุณยายผุย ที่วัดหัวนา บ้านหัวหว้า จังหวัดปราจีนบุรี หลังจากเสร็จงานศพคุณยายผุย เด็กชายปราโมทย์ และเด็กชายแก้วได้ไปอาศัยอยู่กับน้า (นางคำสูรย์ สังอรดี) และได้ช่วยน้าประกอบอาชีพ คือทำนา ทำไร่ ด้วยความขยัน

เนื่องจากเด็กชายปราโมทย์ มีอุปนิสัยรักใคร่ใฝ่เรียน จึงได้ออกจากบ้านไปอยู่ที่วัดอุดมวิทยาราม (โรงเกวียน) หลังสถานีรถไฟ อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อเรียนหนังสือ แต่ต่อมาก็ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดอุดมวิทยาราม และย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดมะกอก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี จากนั้นก็ได้ขาดการติดต่อกับญาติพี่น้องเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่ง ภิกษุปราโมทย์ได้ย้อนกลับมาที่บ้านหัวหว้าอีกครั้ง ทำให้ญาติพี่น้องทราบว่าท่านศึกษาเล่าเรียนจนได้เปรียญธรรมหลายประโยคเป็น ภิกษุมหาปราโมทย์ ปราโมชฺโช

ลำดับญาติพี่น้องของคุณแม่ทองเพียร วังสะจันทานนท์ (เพ็งทอง) มีทั้งหมด 8 คน ได้แก่

1. คุณแม่ทองเพียร
2. นายแพร
3. นางทอง
4. นางชื่น
5. นางคำสูรย์
6. นางเชื่อม
7. นางทองคำ
8. นางสีนวล

นายแก้ว ดอนมอญ เป็นบุตรนางสีนวล (น้องคนสุดท้องของคุณแม่ทองเพียร) เรียงลำดับแล้วนายแก้ว ดอนมอญ มีลำดับญาติเป็นผู้พี่ผู้น้องของหลวงปู่มหาปราโมทย์ ปราโมชฺโช

๏ พบหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ครั้งแรก

หลวงปู่มหาโมทย์ ได้เล่าว่า ท่านได้เจริญวัยเติบโตที่บ้านหัวนา จังหวัดปราจีนบุรี มีผิวพรรณดีมาก ท่านได้ติดตามโยมพ่อไปที่จังหวัดอุบลราชธานี เพราะโยมพ่อของท่านรับราชการทหาร และในสมัยเมื่อยังเด็กนั้นเอง ท่านได้พบ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่วัดเลียบ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี และหลวงปู่มั่นได้เป่ากระหม่อมให้ พอรุ่งเช้าโยมแม่ได้พาท่านไปใส่บาตรหลวงปู่มั่น

๏ อุนิสัยบำเพ็ญทานเมื่อครั้งยังเด็ก

เมื่อครั้งที่มารดายังมีชีวิต เด็กชายปราโมทย์ได้ช่วยมารดาทำนาปลูกข้าว มารดาจึงได้บอกกับเด็กชายปราโมทย์ให้ไปเฝ้าข้าวในนาที่ปลูกไว้ เพื่อไม่ให้นกเข้ามากินข้าวในนา เด็กชายปราโมทย์ตอบมารดาอย่างสุภาพว่า “ให้นกมันกินแหน่ นกมันบ่ได้เฮ็ดนา” (ให้นกมันกินหน่อย นกมันไม่ได้ทำนา)

๏ จำพรรษาที่วัดป่านิโครธาราม

หลวงปู่มหาปราโมทย์ ปราโมชฺโช ได้มีโอกาสฟังเทศน์จาก หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ที่วัดอโศการาม ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ในขณะนั้นวัดอโศการามถือว่าเป็นศูนย์รวมกองทัพธรรม และได้ซาบซึ้งในธรรมปฏิปทาของหลวงปู่อ่อน จึงอธิษฐานจิตว่าถ้ามีโอกาสขอให้ได้ไปพักที่วัดป่านิโครธาราม

และอีกครั้งหนึ่งท่านได้เดินธุดงค์ไปจำพรรษาที่วัดหลวงปู่ฝั้น อาจาโร พอดีหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ นั่งรถผ่านมาเจอท่านขณะเดินธุดงค์อยู่ริมถนน ท่านหลวงปู่อ่อน ได้ให้คนขับรถจอดรับท่านหลวงปู่มหาปราโมทย์นั่งรถไปด้วย ท่านได้ปรารภอีกครั้งหนึ่ง ถ้ามีโอกาสจะกลับไปบูรณปฏิสังขรณ์วัดป่านิโครธาราม เพราะด้วยความระลึกถึงพระคุณของหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ รวมทั้ง ได้ยินว่าที่วัดป่านิโครธารามได้สร้างพระอุโบสถสองชั้น คงจะงดงาม หลวงปู่มหาปราโมทย์ ได้มาพักจำพรรษาที่วัดป่านิโครธาราม ในครั้งแรกในปี พ.ศ. 2529

หลังออกพรรษาท่านได้ออกไปเที่ยววิเวกที่วัดป่าห้วยน้ำริน ต่อมาหลวงปู่มหาปราโมทย์ ได้มาจำพรรษาที่วัดป่านิโครธารามในปี พ.ศ. 2537 หลังจากหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ได้มรณภาพแล้ว

๏ สร้างศาลาการเปรียญ วัดป่านิโครธาราม

หลวงปู่ได้จำพรรษาร่วมกับ พระครูภาวนาสังวรคุณ (หลวงพ่อศรีนวล ขันติธโร) เจ้าอาวาสวัดป่านิโครธาราม (ในขณะนั้น) และ หลวงปู่บุญรอด อธิปุญโญ จนกระทั่งในพรรษาที่พระอาจารย์ศรีนวลได้ดำริว่าจะซ่อมแซมหลังคาศาลาการ เปรียญใหม่ โดยได้ขอให้หลวงปู่มหาปราโมทย์ ช่วยเมตตาในการซ่อมแซมครั้งนี้ หลวงปู่มหาปราโมทย์ ได้รับนิมนต์ไปฉันท์ภัตตาหารที่บ้านโยมในกรุงเทพฯ ท่านได้พูดถึงเรื่องที่จะซ่อมแซมหลังคาศาลาการเปรียญใหม่ให้โยมฟัง โยมก็มีความศรัทธาที่จะช่วยซ่อมแซมหลังคา และได้รวบรวมปัจจัยในการซ่อมหลังคาครั้งนั้น โดยหลวงปู่ได้ส่งปัจจัยผ่านทางธนาคาร เข้าที่บัญชีวัดป่านิโครธาราม

ตั้งแต่นั้นมาคณะศิษย์ก็ได้นำกฐินมาทอดถวายหลวงปู่มหาปราโมทย์ ในการซ่อมแซมหลังคาจนสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี แล้วได้มีการฉลองศาลาครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2537 และหลังจากนั้นหลวงปู่มหาปราโมทย์ ได้จำพรรษาที่วัดป่านิโครธารามมาโดยตลอด และได้เริ่มก่อสร้างปฏิสังขรวัดป่านิโครธารามดังที่ท่านได้อธิษฐานเมื่อ ครั้งพบกับหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ขณะเดินทางไปวัดหลวงปู่ฝั้น อาจาโร และการก่อสร้างหลวงปู่ท่านจะมอบภาระให้หลวงพ่อศรีนวลในภาระต่างๆ ที่หลวงปู่มอบให้ หลวงปู่จะเรียกหลวงพ่อศรีนวลว่า “ท่านพระครู”

เมื่อปี พ.ศ. 2538 หลวงปู่ได้สร้างกุฎีรัตนมุณี ซึ่งใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต เพื่อไว้เป็นที่สักการบูชาของญาติโยม และเริ่มการก่อสร้างวิหารปาโมชโชอนุสรณ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 และได้มีการฉลองวิหารปาโมชโชอนุสรณ์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2547

หลังจากนั้น หลวงพ่อศรีนวล ขันติธโร เจ้าอาวาสวัดป่านิโครธราม ได้อาพาธหนักและถึงแก่มรณภาพลง เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2547 หลวงปู่ได้ถวายเพลิงศพพระครูภาวนาสังวรคุณ (หลวงพ่อศรีนวล ขันติธโร) ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2547 เป็นที่เรียบร้อย

ในขณะเดียวกัน ที่วัดป่านิโครธรามได้แต่งตั้ง หลวงพ่อประสิทธิ์ ปุญญมากโร เป็นเจ้าอาวาสแทนหลวงพ่อศรีนวล ขันติธโร ส่วน หลวงพ่อจันทร์เรียน คุณวโร หลวงพ่อบุญรอด อธิปุญโญ เป็นรองเจ้าอาวาส และพระอาจารย์รื่น ฐิตธัมโม เป็นผู้ดูแลรักษาการ

หลวงพ่อบุญรอด อธิปุญโญ มากราบเยี่ยมหลวงปู่อยู่เสมอเพราะกลัวหลวงปู่เหงา หลวงพ่อประสิทธ์ ปุญญมากโร ท่านก็เดินทางมาเยี่ยมหลวงปู่อยู่เรื่อยๆ ตลอดพรรษาหลวงปู่ไม่ได้ลงฉันอาหารที่ศาลา เพราะสุขภาพของท่านไม่แข็งแรง แต่หลวงปู่จะออกรับบิณบาติมิได้ขาด

หลวงปู่ท่านเมตตาเด็กนักเรียนและชาวบ้านหนองบัวบานมาก ท่านจะมีวิธีสอนเด็กๆ ให้รู้จักไหว้พระทำบุญตักบาตรตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนแบบง่ายๆ โดยหลวงปู่ให้ค่าขนมสำหรับเด็กที่มาทำบุญตักบาตรอยู่เป็นประจำ ทำให้เด็กๆ รู้จักทำบุญให้ทาน หลวงปู่ท่านเป็นผู้ที่มีความเมตตากรุณาในการเสียสละมาก ขณะเดียวกัน สังขารร่างกายของหลวงปู่ไม่ค่อยแข็งแรง ลูกศิษย์ลูกหาที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดไกลๆ หลวงปู่ก็ยังมีเมตตาออกมากต้อนรับ หลวงปู่บอกว่า “สงสารเค้า เขามาไกล” และหลวงปู่ชอบนำขนมปังไปเลี้ยงปลาที่กุฎิรัตนมุณีใน ยามบ่ายๆ เป็นกิจวัตรประจำของท่าน

จนมาถึงต้นปี พ.ศ. 2548 ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 หลวงปู่ได้อาพาธหนักมาก คณะลูกศิษย์ได้นำหลวงปู่ส่งโรงพยาบาลเอกอุดร ขณะนั้นหลวงปู่มีอาการหืด หอบ ร่างกายช็อคจบเกือบหมดสติ หลวงปู่ได้พักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเอกอุดร ที่ห้องไอ ซี ยู หลวงปู่อ่อนสา สุขกาโร มาเยี่ยมเป็นประจำ อาการของท่านหลวงปู่ดีขึ้น ได้ย้ายขึ้นไปพักที่ชั้น 7 ของโรงพยาบาลเอกอุดร และต่อมาอีกไม่กี่วันอาการของหลวงปู่ได้ทรุดหนักลงไปอีก จนได้เข้ารับรักษาอาการที่ห้อง ไอ ซี ยู อีกครั้ง ไปจนถึงวันที่ 7 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2548 รวมอยู่รักษาอาการที่โรงพยาบาลเอกอุดร เป็นเวลา 33 วัน

ต่อมาได้ย้ายหลวงปู่มาพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี โดยอาการของหลวงปู่ทรุดหนักกว่าเดิม โดยมีอาการบวมตามร่างกาย หมอให้การรักษาจนอาการของหลวงปู่ดีขึ้น โดยสามารถพูดคุยกับพระเณร และญาติโยมที่ไปเยี่ยม ในช่วงระยะนี้สติของหลวงปู่จะดีมาก รวมเวลาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี 11 วัน

พอมาถึงวันที่ 18 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2548 ความดันหลวงปู่มหาปราโมทย์ ลดต่ำลงประมาณ 53 : 27 หมอได้ให้นำเกลือและเลือด พร้อมทั้งยาเพิ่มความดัน จนความดันของหลวงปู่เพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่ถึงเกณฑ์ปกติประมาณ 90 หมอให้รอดูอาการอีกประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นเห็นอาการหลวงปู่ดีขึ้น ช่วงแรกที่ความดันลดลงหลวงปู่จะไม่รับรู้อะไร มีอาการตาลอด พอความดันเพิ่มขึ้นท่านก็ยกมือขึ้นลืมตาดูได้เหมือนปกติ

หลวงปู่รับรู้ดี สติดีมาก นิมนต์ท่านกลับวัดท่านก็รับ โดยให้ท่านจับมือบีบมือ นิมนต์ 2 ครั้ง ท่านก็รับ 2 ครั้ง จัดเตรียมสัมภาระเสร็จก็นิมนต์ท่านขึ้นรถ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ช่วงที่อยู่ในรถท่านก็มีสติบริบูรณ์ดีทุกอย่าง พอคุยกับท่าน ท่านก็รับรู้ดีมาตลอดระยะทาง พอมาถึงวิหารปาโมชโชอนุสรณ์ ณ วัดป่านิโครธาราม ก็ได้นิมนต์ท่านพักที่เตียงพยาบาลที่เตรียมไว้ ท่านพักประมาณ 20 นาที จึงได้ละสังขารลงอย่างสงบ ด้วยอาการโรคหัวใจโต ปอดติดเชื้อ ไตวาย และถุงลมโป่งพอง ณ พระวิหารปราโมชฺโชนุสรณ์ เวลา 19.25 นาฬิกา ระยะเวลาที่หลวงปู่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลรวม 44 วัน สิริอายุรวม 82 พรรษา 61

๏ ธรรมโอวาท

…ธรรมอันผู้ฟังนั้นย่อมนำความงามมาให้ด้วยการฟัง เพราะคงนิวรณ์จะได้เพราะเหตุนั้น เรียกว่างามในเบื้องต้น ธรรมอันผู้ปฏิบัติอยู่ย่อมนำความงามมาให้ด้วยการปฏิบัติ เพราะนำความสุขอันเกิดแก่สมถะ และวิปัสสนามาให้ เพราะเหตุนั้นจึงว่างามในท่ามกลาง เมื่อผลแห่งการปฏิบัติโดยตรงแล้ว ย่อมนำความงามให้แก่ผู้ปฏิบัติอย่างนั้นๆ แม้ด้วยผลแห่งการปฏิบัติเพราะนำมาซึ่งความเป็นผู้คงที่ เพราะฉะนั้นจึงชื่อว่างามในที่สุด…

…นั่งภาวนาทุกวันเพื่อสั่งสมบุญกุศลนี้ พร้อมทั้งการสดับรับฟัง เพื่อให้เป็นเครื่องเชิดชูบำรุงใจของเราให้อาจหาญ ให้ตั้งใจในการสร้างบุญกุศล จะได้รู้หนทางอันประเสริฐอันพระอริยเจ้าสรรเสริญ จึงอาศัยท่านกำจัดการฟุ้งซ่าน นิวรณ์ทั้งหลายออกไป ให้ใจมันนิ่งอยู่ในอารมณ์สงบอยู่อย่างนั้น เรียกว่า เป็นการฝึกจนมันแก่กล้าเข้าแล้วก็จะมีความฉลาด มันรู้เท่าแต่มันยังไม่หมดกิเลส อย่างพระโสดายังไม่หมดกิเลส แต่รู้หลักการรู้ถ่องแท้ ว่าร่างกายไม่มีตัวตน หมดความยึดความถือ แต่มันยังไม่หมดจริง เพียงแต่รู้ว่าไม่มีสาระอะไร…

ที่มา : http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13141


แท็คของหน้านี้จ๊ะ : , .

หน้านี้เขียนเมื่อ : Wednesday, August 19th, 2009 เวลา 11:25 am
อยู่ในหัวข้อ : เกจิ
ก่อนนี้หน้านึง : ประวัติ หลวงปู่พระมหาโส กสฺสโป วัดป่าคีรีวันอรัญเขต (วัดป่าคำแคนเหนือ) จ.ขอนแก่น
หน้าถัดไป : ประวัติ พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิงห์ สุนฺทโร) วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม จ.นครราชสีมา
เนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าอ่าน
 

ขอมีส่วนร่วมฝากข้อความ กรอกข้อมูลด้านล่างได้เลยจ๊ะ

 

หน้าหลัก | ผลงานล่าสุด | แกลเลอรี่รูปเหมือนพระเกจิ | พระเครื่อง | ทำบุญเสริมบารมี | ติดต่อทีมงานช่างปั้นบุ๊ง
รับสั่งทำงานปั้นรูปเหมือนทุกชนิด เกจิ อาจารย์ดัง บุคคลสำคัญ ติดต่อทีมช่างปั้นได้ที่ 081-869-1588
Email และ MSN Messenger: clickyut@hotmail.com