
๏ อัตโนประวัติ
“หลวงพ่อประนอม วิริโย” มีนามเดิมว่า ประนอม พรมเมือง เกิดเมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐ ณ บ้านโคกก่อง ตำบลม่วงลาย อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายลอด และนางนันท์ พรมเมือง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด ๖ คน ท่านเป็นบุตรคนที่ ๔
๏ ชีวิตฆราวาส
หลวงพ่อประนอม วิริโย ท่านเริ่มเข้าศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่โรงเรียนวัดโคกก่อง ในสมัยนั้นถือเอาศาลาการเปรียญของทางวัดป็นสถานที่เรียนหนังสือ จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดในสมัยนั้น พอจบการศึกษาแล้ว ท่านก็ได้ช่วยเหลือโยมบิดา-โยมมารดาทำนาทำไร่
จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๑ อายุครบ ๒๑ ปีบริบูรณ์ ท่านได้เข้ารับการเกณฑ์ทหาร และได้รับคัดเลือกเข้าประจำการเป็นทหารบก โดยไปประจำการอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี สังกัดเหล่าทหารราบกองบังคับการกรมผสมที่ ๑๓ แผนกพลาธิการ ได้เลขหมายที่ ทบ. ๒๕๐๑ สน. ๑๓๒ ต่อมาท่านได้ย้ายตามผู้บังคับบัญชาเข้าไปอยู่กระทรวงกลาโหม ในฐานะทหารประจำตัวผู้บังคับบัญชา อยู่ได้เป็นเวลา ๑ ปี ๖ เดือน ท่านจึงปลดประจำการ รวมระยะเวลาที่ท่านเป็นทหารรับใช้ประเทศชาติบ้านเมือง เป็นเวลา ๒ ปี ๖ เดือน
ครั้นหลังจากที่ปลดประจำการจากทหารเกณฑ์แล้ว ท่านได้กลับมายังบ้านเกิดเพื่อช่วยเหลือโยมบิดา-โยมมารดาทำนาทำไร่เช่นเดิม ตามประสาของชาวบ้านทั่วไป ซึ่งในภาคอีสานนั้นส่วนใหญ่ชาวบ้านมีอาชีพเป็นเกษตรกร ทำนาทำไร่ ทำสวน ปลูกพืชผัก เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น
๏ การอุปสมบท
เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๔ ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุในทางพระพุทธศาสนา ณ พัทธสีมาวัดกุดไผท ตำบลดงชน อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร โดยมีพระครูสังวราภิบาล (หลวงปู่ปาน คุตฺตสติ) วัดกุดไผท เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการไข วัดกุดแข้ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการสี วัดหนองมะเกลือ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “ธมฺมวโร” แปลว่า “ผู้มีธรรมอันประเสริฐ”
ภายหลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้กลับมาพำนักจำพรรษาอยูที่วัดบ้านโคกก่อง ตำบลม่วงลาย อำภอเมือง จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของท่าน โดยท่านได้อยู่เรียนนักธรรม ศึกษาวิชากระทู้ธรรม วิชาพุทธประวัติ วิชาธรรมวิภาค วิชาวินัย จนกระทั่งสามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นโท รวมทั้ง หัดท่องบ่นบทสวดมนต์เจ็ดตำนาน สิบสองตำนานไปด้วย
๏ ญัตติเป็นธรรมยุต
ต่อมาพระครูสังฆพิชิต ซึ่งเป็นหลวงลุงของท่าน เป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดป่าชัยวัน ตำบลเมืองเก่า (ปัจจุบันเป็นตำบลในเมือง) อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ได้มาเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องทางบ้านโคกก่อง จึงได้ชักชวนหลวงพ่อประนอมไปจำพรรษาด้วย ท่านจึงได้เดินทางไปอยู่กับหลวงลุง ที่วัดป่าชัยวัน ครั้นต่อมาหลวงลุงของท่านเห็นว่า หากอยู่เป็นพระภิกษุต่างสังวาสกัน การทำสังฆกรรมและการประกอบศาสนกิจต่างๆ ร่วมกันจะลำบาก เลยให้ท่านได้ญัตติเป็นพระธรรมยุต โดยท่านก็ตกลงไม่ขัดข้องแต่ประการใด
เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๖ ท่านได้ญัตติเป็นพระธรรมยุต ณ พัทธสีมาวัดศรีจันทร์ (พระอารามหลวง) ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมีพระเทพบัณฑิต (มหาอินทร์ ถิรเสวี สินโพธิ์ ป.ธ.๕) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพิศาลสารคุณ วัดศรีจันทร์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูศรีธรรมลังการ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระมหาศรี เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “วิริโย” แปลว่า “ผู้มีความเพียร”
ภายหลังจากญัตติแล้ว ท่านก็กลับมาอยู่ที่วัดป่าชัยวัน กับหลวงลุงของท่าน เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๘ พระครูสังฆพิชิต ได้ถึงแก่มรณภาพ ครั้นเสร็จจากการถวายเพลิงศพหลวงลุงแล้ว หลวงพ่อประนอม วิริโย ท่านก็ได้เดินทางกลับมาอยู่ที่บ้านคือจังหวัดสกลนคร โดยไปพักจำพรรษาอยู่กับหลวงปู่อุ่น กลฺยาณธมฺโม วัดป่าวิสุทธิธรรม บ้านโคก ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร อยู่ได้ ๑ พรรษา ท่านก็กราบลาหลวงปู่อุ่น เข้ามาจำพรรษาอยู่ที่วัดป่ากกส้มโฮง ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
กระทั่งปี พ.ศ.๒๕๑๐ ท่านจึงได้ย้ายเข้ามาพำนักจำพรรษาอยู่ ณ วัดศรีโพนเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร อยู่กับท่านเจ้าคุณพระเทพสุเมธี (ไพบูลย์ อภิวณฺโณ) ช่วยท่านพัฒนาวัดวาอาราม สอนสั่งพระภิกษุสามเณร อบรมศีลธรรมแก่ฆราวาสญาติโยมที่มาจำศีลภาวนาที่วัด หากในคราใดที่หลวงพ่อประนอม ว่างจากกิจธุระทางวัดศรีโพนเมืองแล้ว ท่านก็จะไปกราบพ่อแม่ครูบาอาจารย์ตามวัดต่างๆ หรือไปพำนักเพื่อปฏิบัติธรรม ขอรับข้ออรรถข้อธรรมจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์เหล่านั้น
อาทิเช่น หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร, หลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดสันติสังฆาราม อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร, หลวงปู่วัน อุตฺตโม วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนคร, หลวงปู่เมตตาหลวง (หลวงปู่สิงห์ สุนฺทโร) วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และหลวงพ่อแบน ธนากโร วัดดอยธรรมเจดีย์ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร เป็นต้น
ภายหลังจากที่ท่านเจ้าคุณพระเทพสุเมธี (ไพบูลย์ อภิวณฺโณ) ได้ถึงแก่มรณภาพลง และพระราชทานเพลิงศพเรียบร้อยแล้ว หลวงพ่อประนอม วิริโย ท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาส บริหารดูแลจัดการวัดศรีโพนเมืองสืบต่อจากท่านเจ้าคุณพระเทพสุมเธี (ไพบูลย์ อภิวณฺโณ) โดยมีการบูรณะศาลาการเปรียญใหม่ ทำกำแพงล้อมวัด บูรณะอุโบสถ ๒ ชั้นทรงไทย ปรับปรุงบูรณะกุฏิเก่า หากหลังไหนใช้การไม่ได้แล้ว ท่านก็รื้อทำใหม่ รวมทั้งได้สร้างกุฏิอนุสรณ์ ๑๐๐ ปี วัดศรีโพนเมือง สร้างตึกศึกษาพระปริยัติธรรม เป็นต้น
๏ ลำดับงานปกครองและสมณศักดิ์
พ.ศ.๒๕๑๒-๒๕๑๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโพนเมือง
พ.ศ.๒๕๒๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูวินัยธร พระฐานานุกรมในพระเทพสุเมธี
พ.ศ.๒๕๒๔ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีโพนเมือง
พ.ศ.๒๕๒๔ เป็นเจ้าสำนักเรียนพระปริยัติธรรมวัดศรีโพนเมือง
พ.ศ.๒๕๒๔ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองสกลนคร, อำเภอกุสุมาลย์, อำเภอกุดบาก, กิ่งอำเภอโคกศรีสุพรรณ และกิ่งอำเภอเต่างอย (ธรรมยุต)
พ.ศ.๒๕๒๕ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญบัตรที่ “พระครูสกลคณานุรักษ์”
พ.ศ.๒๕๒๘ ได้รับแต่งตั้งเป็นพระธรรมทูต ทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาในเขตปกครองทั้งสามอำเภอ
๏ พำนักจำพรรษา ณ วัดศรีโพนเมือง
ปัจจุบันนี้ หลวงพ่อประนอม วิริโย ท่านได้พำนักจำพรรษาอบรมศีลธรรมแก่พระภิกษุสามเณร ฆราวาสญาติโยม ณ วัดศรีโพนเมือง ตำบลธาตุเชิงชุม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร
แหล่งข้อมูล : http://www.dhammajak.net/
|