พระปพนพัชร์ จิรธัมโม เจ้าอาวาสวัดคำประมง อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เปิดเผยว่า วัดคำประมงได้จัดตั้งอโรคยศาล สถานอภิบาลพักฟื้นผู้ป่วยโรคมะเร็ง ด้วยสมุนไพรตามธรรมชาติจนกว่าอาการของผู้ป่วยจะทุเลาเบาบางลงไปหรือหมดสิ้น ไปด้วยวิถีแห่งธรรมะและธรรมชาติบำบัดและหรือการแพทย์แบบองค์รวม บำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งแบบ องค์รวม คือ ผสมผสานระหว่างการแพทย์แผนไทย (สมุนไพร), การแพทย์แบบแผน, การแพทย์แผนจีน (การฝังเข็ม), สมาธิบำบัด, ดนตรีบำบัด, ธรรมะบำบัด, มนตราบำบัด, และอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น
ทั้งนี้ เนื่องจากบางครอบครัวที่เข้ามารักษามีฐานะยากจนหรือหมดเงินไปกับการรักษาจน แทบไม่เหลือทรัพย์สินใดๆ ประกอบกับอโรคยศาล วัดคำประมง จ.สกลนคร บำบัดผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ามาพำนักรักษาตัวกว่า 1,600 คน โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
จึงขอความอนุเคราะห์การกุศลระดมทุนช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ในระยะสุดท้าย เชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทุนทรัพย์ให้ผู้ป่วยมะเร็งที่ยากไร้ ได้ ที่ธนาคารกรุงไทย เลขที่ 412-0-01996-9 ชื่อบัญชี วัดคำประมง หรือธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 316-0-35902-6 ชื่อบัญชี พระปพนพัชร์ ภิบาลพักตร์นิธี โทร. 0-4277-9097 โทรสาร 0-4277-9276 หรือส่งจดหมายมาที่พระปพนพัชร์ จิรธัมโม เจ้าอาวาสวัดคำประมง เลขที่ 95 ม.4 ต.สว่าง อ.พรรณา นิคม จ.สกลนคร
ที่มา : http://www.khaosod.co.th
|
ดิฉัน รจนา ลีละผลิน เป็นบุคคลหนึ่งที่ได้เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งระยะสุดท้ายและสามารถพิสูจน์ได้ว่าการรักษาที่นี้เป็นการรักษาแบบธรรมชาติ เมื่อ พ.ศ 2543เป็นระเร็งที่เต้านม รักษาโรงพยาบาลผ่าตัดออก พ.ศ.2547 ปลายปีมะเร็งก็รามเข้าเพดานปาก ผ่าตัด 8 ครั้ง แก้วหูชั้นใน 1 ครั้งเข้าโพรงจมูก ผ่าตัด 1 ครั้ง เข้าต่อมไซนัสขึ้นสมอง ลงท้ายทอย เข้าต่อมน้ำเหลือง หมอบอกว่า ถ้าคุณไม่ฉายแสง ไม่คลีโม คุณจะอยู่ได้ไม่เกิน 3เดือน นะ วันที่16 พ.ค. 2551 คัดใจไม่รักษาแล้วเพราะสาเหตุ เงินทั้งหมดที่สะสมไว้มันหมดกับการรักษาและ ทั้งรถทั้งบ้าน ทอง เงิน ทั้งพี่ ๆ ที่ให้รักษา เดินทางไปรักษาที่วัดคำประมง อาการของโรคที่มารักษาครั้งแรกคือ
- อาเจียรออกมาเป็นเลือด - เลือดออกจมูกตลอดเวลา - ปวดห้วมาก - ปวดกระดูก พูดไม่ได้ต้องอาศัยเพดานปลอม หน้าเขียวไปหมดแล้ว
ทุกอย่างที่วัดทั้งยาสมุนไพรที่กิน ที่อยู่ ข้าว ผัก ผลไม้ที่ฟรี ทุกอย่าง ไม่หน้าเชื่อเลยว่า หลวงตาทำได้อย่างไร แถมคนไข้ มีครอบครัวญาติพี่น้องมาคอยดูแลได้ด้วย ดิฉันอยู่แบบไม่มีญาติมาคอยดูแล แต่มีเจ้าหน้าที่มีน้ำใจมาคอยและญาติคนอื่นคอยดูแลด้วย เราอยู่กันเหมือนพี่น้องมีอะไรแบ่งปันกัน มีความสุขคะ ดิฉันอยู่ที่และรักษามาจนกระทั้งบันนี้ เป้นเวลา 2 ปีเต็ม ร่างกายดิฉันเข็งแรง ช่วยงานหลวงตา ทำ เช้าไปออกกำลังกาย ใส่บาตร ฟังเทศน์จากหลวงตา ตอนเย็นสวดมนต์ทำกิจกรรม และฟังเทศน์จากหลวงตา และมียาที่ต้องกินนอกเหนือจากสมุนไพรที่เป็นของเราประจำตัว ฟรีทุกอย่าง แต่ถ้าคนไข้ต้องตายลง เพราะขณะที่มารักษาอาการก็หนักพอควร หลวงตาก็เผาให้ฟรี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ใครที่มีความทุกข์เพราะโรคมะเร็ง ไม่ต้องทุกข์ต่อไปแล้ว ถ้าคุณมารักษาที่วัดคำประมงแห่งนี้ คุณจะลืมความทุกข์ แต่คุณจะได้แต่ความสุข เพราะมะเร็งทำให้คุณมีความสุข ที่นี้คือครอบครัวชาวมะเร็งที่มีความสุข และต้องขอบคุณมะเร็งที่แปลวิกฤตให้เป็นโอกาสที่พวกเราสามารถได้มีโอกาส ทำบุญทำกุศล และได้แผ่เมตตาที่กับเจ้ากรรมนายเวรที่เรามีกัน ประสบการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องหลอกลวงแต่เป็นเรื่องจริงทุกประการ และหมอบอกว่าดิฉันจะอยู่ไม่ได้ไม่เกิน 3 เดือน แต่ตอนนี้ 2 ปีเต็มและคะ
ขออีเมลและขอคุยกับเจ้าหน้าที่วัดคำประมง