อนุสสติ แปลว่า “ตามระลึกถึง” กรรมฐานกองนี้ เป็นกรรมฐานที่ตามระลึกนึกถึง มีกำลังสมาธิไม่เสมอกัน บางหมวดก็สมาธิเพียงอุปจารสมาธิ บางหมวดก็มีสมาธิถึงปฐมฌาน บางหมวดก็มีสมาธิถึงฌาน ๔ และฌาน ๕ กำลังของกรรมฐานกองนี้มีกำลังไม่เสมอกันดังนี้ เมื่อถึงกรรมฐานหมวดใดมีกำลังเท่าใด จะได้เขียนไว้เพื่อทราบ อนุสสติทั้ง ๑๐ อย่างนี้ ก็เหมาะแก่อารมณ์ของนักปฏิบัติไม่ใช่อย่างเดียวกัน บางหมวดก็เหมาะแก่ท่านที่หนักไปในสัทธาจริต บางหมวดก็เหมาะแก่ท่านที่หนักไปในวิตกและโมหะจริต บางหมวดก็เหมาะแก่ท่านหนักไปในทางราคะจริต กองใดหมวดใดเหมาะแก่ท่านที่หนักไปในจริตใด ก็จะได้เขียนบอกไว้ทรายเมื่อถึงกองนั้น ๆ อนุสสตินี้มีชื่อและอารมณ์รวม ๑๐ อย่างด้วยกัน จะได้นำชื่อแห่งอนุสสติทั้งหมดมาเขียนไว้เพื่อทราบ ดังต่อไปนี้
๑.พุทธานุสสติ ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์
๒.ธัมมานุสสติ ระลึกถึงคุณพระธรรมเป็นอารมณ์
๓.สังฆานุสสติ ระลึกถึงคุณพระสงฆ์เป็นอารมณ์
๔.สีลานุสสติ ระลึกถึงคุณศีลความดีเป็นอารมณ์
๕.จาคานุสสติ ระลึกถึงผลของทานการบริจาคเป็นอารมณ์
๖.เทวตานุสสติ ระลึกถึงความดีของเทวดาเป็นอารมณ์
(อนุสสติ ทั้ง ๖ กองนี้เหมาะแก่ท่านที่หนักไปในสัทธาจริต)
๗.มรณานุสติ ระลึกถึงความตายเป็นอารมณ์
๘.อุปสมานุสสติ ระลึกถึงความสุขในพระนิพพานเป็นอารมณ์
(อนุสสติ ๒กองนี้ เหมาะแต่ทานที่หนักไปในทางพุทธจริต)
๙.กายคตานุสสติ เหมาะแต่ท่านที่หนักไปในราคจริต
๑๐.อานาปานุสสติ เหมาะแก่ท่านที่หนักไปในทางโมหะและวิตกจริต
อนุสสติ ๑๐ นี้เหมาะแก่อัชฌาสัยของนักฏิบัติแต่ละอย่างดังนี้ ขอท่านนักปฏิบัติพึงทราย และเลึอกปฏิบัติให้พอเหมาะพอดีแก่อัชฌาสัยของตน จะได้ผลเป็นสมาธิมีอารมณ์ตั้งมั่นรวดเร็ว ไม่ล่าช้า
กำลังสมาธิในอนุสสติทั้ง ๑๐
กำลังสมาธิในอนุสสติทั้ง ๑๐ มีกำลังสมาธิแตกต่างกันอย่างนี้
พุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ เทวตานุสสติ มรณานุสสติ อุปสมานุสสติ อนุสสติทั้ง ๗ นี้มีกำลังสูงสุดเพียงอุปจารสมาธิ
สีลานุสสติ มีกำลังสมาธิถึงอุปจารสมาธิ และอย่างสูงสุดเป็นพิเศษ ถึงปฐมฌาน ทั้งนี้ถ้าท่านนักปฏิบัติฉลาดในการควบคุมสมาธิจึงจะถึงปฐมฌานได้ แต่ถ้าทำกันตามปกติธรรมดาแล้ว ก็ทรงได้เพียงอุปจารสมาธิเท่านั้น
กายคตานุสสติกรรมฐานกองนี้ ถ้าพิจารณาตามปกติในกายคตาแล้ว จะทรงสมาธิได้เพียงปฐมฌานเท่านั้น แต่นักปฏิบัติฉลาดทำ หรือครูฉลาดสอน ยกเอาสีเขียว ขาว แดง ที่ปรากฏในอารมณ์แห่งกายคตานุสสตินั้นเอามาเป็นกสิณ ท่านกล่าวไว้ในวิสุทธิมรรคดังนี้ ท่านว่า กรรมฐานนี้ก็สามารถทรงสมาธิได้ถึงฌาน ๔ ตามกำลังสมาธิในกสิณนั้น
อานาปานุสสติ สำหรับอานาปานุสสตินี้ มีกำลังถึงฌาน ๔ สำหรับท่านที่มีวาสนาบารมีสาวกภูมิ สำหรับท่านที่มีบารมี คือปรารถนาพุทธภูมิแล้ว ก็สามารถทรงได้ถึงฌาน ๕ ฌาน ๔ หรือฌาน ๕ แตกต่างกันอย่างไรต้องการทราบโปรดพลิกดูตอนที่ว่าด้วยกสิณ.
แหล่งข้อมูล : http://boozers.fortunecity.com/crownanchor/241/st541.htm
|