สารานิยธรรม ๖ อย่าง คือ
ธรรม ๖ อย่างนี้ทำผู้ประพฤติให้เป็นที่รัก ที่เคารพของผู้อื่น เป็นไปเพื่อความไม่วิวาทกัน เป็นไปเพื่อความพร้อมเพรียงเป็นที่อันหนึ่งอันเดียวกัน
สาราณิยธรรม หมายถึง ธรรมที่เป็นที่ตั้ง แห่งความระลึกถึงกัน คือผู้ประพฤติธรรมเหล่านี้ย่อมเป็นเหตุ ให้ระลึกถึงความดี ที่ทำต่อกัน เป็นที่เคารพนับถือของผู้อื่น และสมานสามัคคีกลมเกลียวในหมู่คณะไว้ได้ มีดังนี้
๑.การเข้าไปตั้งกายกรรมประกอบด้วยเมตตา คือ การช่วยขวนขวายทำกิจธุระของกันและกัน ด้วยกาย ไม่ว่าจะเป็นกิจธุระอะไรก็ตามก็เต็มใจช่วยทำกิจธุระจนสำเร็จไม่นิ่งดูดาย เพราะถือว่าไม่ใช่หน้าที่ เรื่องอะไรทำให้เหนื่อยแรงลำบากมากกาย
๒.การเข้าไปตั้งวจีกรรมประกอบด้วยเมตตา คือ การแนะนำสั่งสอนบอกกันในทางที่ถูกต้องเมื่อทำตามแล้วเกิดความดีงามไม่มีผล ทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนภายหลัง
๓.การเข้าไปตั้งมโนกรรมประกอบด้วยเมตตา คือ การ ตั้งจิตเป็นเมตตาปรารถนาแต่ความไม่มีเวรภัยต่อกัน มุ่งหวังแต่ความสุขความเจริญและประโยชน์ต่อกันและกัน
๔.การแบ่งปันลาภที่หามาได้ไม่ได้หวงไว้บริโภคเพียงผู้เดียว คือ การแบ่งปันสิ่งของที่ตนหาได้มาโดยชอบธรรม ให้แก่ผู้อื่นตามสมควรแก่ของที่ได้มา เพื่อเป็นการเกื้อกูลต่อผู้มีลาภน้อยไม่หวงไว้บริโภคแต่เพียงผู้เดียว
๕.การรักษาศีลให้บริสุทธิ์เสมอกันกับผู้อื่น คือ การประพฤติกาย วาจา ให้เรียบร้อยไม่มีโทษ ปฏิบัติตนตามพระวินัยบัญญัติรักษาศีลตามสภาวะของตนไม่ให้ขาดหรือด่างพร้อย เสมอกันกับผู้อื่น
๖. การมีความเห็นร่วมกันกับผู้อื่น คือ การมีความเห็นพ้องต้องกันตามพระธรรมวินัยเป็นเหตุให้เกิดความสามัคคีกลม เกลียวกันในการปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องไม่มีความเห็นผิดแผกไปจากผู้อื่น จนเป็นเหตุแห่งความแตกร้าวบาดหมางยอมรับมติของคนส่วนมาก.
แหล่งข้อมูล : http://www.watnongkanak.org/index.php?mo=5&qid=141630
|