พระพุทธเจ้า หลวงพ่อชื่น หลวงพ่อปัญญา หลวงพ่อคูณ
  ร่วมบูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าองค์จริง
• หลวงปู่สี ฉฺนทสิริ วัดเขาถ้ำบุนนาค
• หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปัตตานี
• พระพม่า
• สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต วัดระฆัง
• หลวงพ่อแพ เขมังกโร วัดพิกุลทอง
   
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาด 12 นิ้ว
   
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาด 9 นิ้ว
• หลวงพ่อเจริญ
• หลวงพ่อคง วัดบางกระพร้อม
• หลวงปู่ดู่ พฺรหฺมปัญโญ วัดสะแก
• หลวงปู่มั่น วัดป่าสุทธาวาส
• หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ
   
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาด 5 นิ้ว
• เทส โพส พระ 5 นิ้ว
   
รับสั่งปั้นพระเกจิ และรูปเหมือนบุคคลทั่วไป ติดต่อ 081-869-1588 (ช่างบุ๊ง)
  หลักธรรมทางพุทธสาสนา
• พรหมวิหาร 4
• มรรค 8
• อุปกิเลส 16
• อบายมุข 6
• ปธาน ๔
• โพชฌงค์ ๗
• นิวรณ์ 5
• อปริหานิยธรรม 7
• ปาริสุทธิศีล ๔
• ทิฏฐธัมมิกัตถะ
• ขันธ์ ๕
• สารานิยธรรม ๖
พระกรุ
พระเกจิ
หลวงปู่ทวด
พระโบราณ
จตุคามรามเทพ
พระใหม่
เครื่องราง
พระเนื้อไม้
พระเนื้อดิน
พระเนื้อผง
พระบูชา
รูปเหมือน
การเสริมสร้างบารมีให้ตัวเอง การเสริมสร้างบารมีให้ตัวเอง เกิดจากการตั้งจิตใจ ที่เป็นกุศลสำหรับการเสริมตนเอ
ทำบุญ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร เป็นคำเรียกการตระเวนไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด
 
   •  บทสวดมนต์
   •  พระคาถา
   •  หลักธรรมทางพุทธสาสนา
   •  พุทธประวัติ
   •  ศาสนาพิธี
   •  วันสำคัญในพระพุทธศาสนา
   •  วัดสำคัญในประเทศไทย
   •  พระพุทธรูปต่าง ๆ
 
ทิฏฐธัมมิกัตถะ

ทิฏฐธัมมิกัตถะ หรือ ทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ 4 หมายถึงข้อปฏิบัติ 4 ประการ ที่ทำให้เกิดประโยชน์สุขกับตนเองในปัจจุบัน ในขณะที่รูปขันธ์ยังมีองค์ประกอบครบทั้ง 5 คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และ วิญญาณ มีความจำเป็นที่จะต้องดำรงขันธ์ทั้ง 5 ไว้ ด้วยการปฏิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยต่างๆสำหรับการดำรงชีพที่ดี ในเรื่องนี้ พระธรรมปิฎก (2543 : 594) ได้กล่าวว่า “… ประโยชน์ปัจจุบัน เป็นจุดหมายขั้นต้น หรือ จุดหมายเฉพาะหน้า เป็นประโยชน์ที่มองเห็นกันอยู่ ที่เข้าใจง่ายๆเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่พบเห็นโดยทั่วไป ได้แก่ ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข การมีทรัพย์สิน ฐานะ เกียรติ ชีวิตครอบครัวที่มีสุข เป็นต้น ในหลักพุทธศาสนาการได้มาซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้ต้องได้มาโดยสุจริต ชอบธรรม ไม่ใช่ได้มาโดยการเบียดเบียนผู้อื่น และการใช้สิ่งที่ได้มาก็ต้องใช้กับตนเองและบริวารให้ถูกต้องเหมาะสม มีความสุขร่วมกัน…

ข้อปฏิบัติของทิฎฐธัมมิกัตถะ

การปฏิบัติเพื่อให้สำเร็จประโยชน์ต่อตนเอง ได้รับประโยชน์ในปัจจุบันพระธรรมปิฎกได้กล่าวไว้ในหนังสือธรรมนูญชีวิต (2544 : 38) ว่า “… คนที่จะเรียกได้ว่ารู้จัก รู้จักใช้ทรัพย์ หรือ หาเงินเป็น ใช้เงินเป็น เป็นคนทำมาหากินที่ดี ตั้งตัวสร้างหลักฐานได้ และใช้ทรัพย์สมบัติให้เป็นประโยชน์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ทางเศรษฐกิจอย่างถูกต้อง ก็เพราะปฏิบัติตามหลักธรรม ต่อไปนี้…

1. อุฏฐานสัมปทา การถึงพร้อมด้วยความหมั่น คือ ขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติหน้าที่การงานและการประกอบอาชีพอันสุจริต ฝึกฝนให้มีความชำนาญ และรู้จักใช้ปัญญาสอดส่อง ตรวจตรา หาอุบายวิธี สามารถจัดดำเนินการให้ได้ผลดี การ ประกอบอาชีพการงานนั้น ต้องทำเพื่อการเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวมีความขยันในการทำงานตามหน้าที่ หรือตามอาชีพของตนโดยไม่เกียจคร้าน ไม่นั่งคุยหรือทำกิจอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ จนทำให้เสียเวลาไปโดยไร้ประโยชน์ แม้บางครั้งการทำงานนั้นอาจไม่ใช่การหาทรัพย์โดยตรง เช่น การเป็นนักศึกษา มีหน้าที่ต้องศึกษาเล่าเรียนก็ต้องตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้บังเกิดผลดี โดยถือว่าเป็นหน้าที่ในปัจจุบัน แม้ยังไม่ได้ ทรัพย์แต่การศึกษาก็เป็นเหตุเบื้องต้นที่จะนำไปสู่อาชีพการงานที่ดีในอนาคต หากนักศึกษาเป็นนักกีฬาด้วย นอกจากขยันตั้งใจเรียนแล้ว นักศึกษาก็ต้องขยันหมั่นฝึกซ้อมกีฬาที่ตนถนัดด้วยอีกทางหนึ่ง เพราะกีฬากำลังพัฒนาเป็นกีฬาอาชีพ มีกีฬาหลายประเภทที่สามารถทำให้หาทรัพย์ได้โดยสุจริต ด้วยแรงกายแรงใจของตนเอง เช่น อาชีพนักมวย นักฟุตบอล กอล์ฟ ลีลาศ หรือจากการได้ไปแข่งขันในโอกาสต่างๆ เช่นโอลิมปิก เอเชี่ยนเกมส์ หากมีความขยัน หมั่นเพียรฝึกซ้อมจะส่งผลให้ได้รับเหรียญทองและได้รับรางวัลเป็นทรัพย์สิน เงินทองจำนวนมาก เป็น ต้น จึงนับได้ว่าความขยันหมั่นเพียรในการงาน หน้าที่ ที่รับผิดชอบ จะทำให้ได้รับประโยชน์ในปัจจุบัน คือ มีทรัพย์สินเงินทองสำหรับซื้อหาเครื่องอุปโภค บริโภค ไว้ดำรงชีพ

2 อารักขสัมปทา คือ การถึงพร้อมด้วยการรักษา คือรู้จักคุ้มครองเก็บรักษาโภคทรัพย์และผลงานอันตนได้ทำไว้ด้วยความขยัน หมั่นเพียร โดยชอบธรรม ด้วยกำลังงานของตน ไม่ให้เป็นอันตรายหรือเสื่อมเสีย หลักธรรมข้อนี้ มีจุดมุ่งหมายให้เป็นคนมัธยัสถ์ รู้จักใช้จ่ายทรัพย์ไปในทางที่เกิดประโยชน์ ไม่ใช่นำไปใช้เพื่อกามคุณ เพื่อรูป รส กลิ่น เสียง จนทำให้ทรัพย์นั้นหมดไปโดยไม่ทำให้ตนเองเจริญขึ้นได้มั่งมีไม่กี่ชั่วยามก็ กลับไปลำบากยากจนเพราะใช้ทรัพย์ไปในกามคุณและอบายมุข บางครั้งจนถึงกับเป็นหนี้สิน เสียทรัพย์และเสียเกียรติ มีนักกีฬาหลายคนที่ได้ทรัพย์มากมายจากการแข่งขัน แต่ก้ต้องพบกับความลำบากในบั้นปลายของชีวิต เหตุเพราะไม่มีธรรมในข้อนี้นั่นเอง

3.กัลยาณมิตตตา คือ การคบคนดีเป็นมิตร รู้จักเลือกบุคคลที่จะคบหา ว่าจะนำพาชีวิตของเราไปในทิศทางใด โดยเลือกเสวนา ศึกษาแบบอย่างท่านผู้ทรงคุณ ผู้มีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา การคบมิตรตามหลักมงคลชีวิต 38 ประการ ในหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา มงคลแรกที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้ปฏิบัติก็คือการไม่คบคนพาล และมงคลถัดมาก็คือต้องรู้จักคบบัณฑิต คำว่าคนพาล และ บัณฑิต เมื่อวิเคราะห์ให้แจ้งแล้วจะพบว่า มีทั้งคนพาลและบัณฑิตภายใน คนพาลและบัณฑิตภายนอก

คนพาลและบัณฑิตภายใน หมายถึงคนที่ปรากฎอยู่ในตัวเรา หากนักศึกษาสังเกตตัวเราให้ดีจะพบว่าบางครั้ง บางเวลาเราจะเกียจคร้านไม่อยากฝึกฝน ไม่อยากทำการงาน ไม่อยากไปเรียน ไม่อยากทำความดี แต่ อยากเที่ยวเล่น อยากนอนตื่นสาย อยากดื่มสุรา อยากเล่นไพ่ เล่นหวย เล่นการพนัน ฯลฯ นี่แสดงว่าคนพาลภายในตัวเรา ปรากฎขึ้นแล้ว แต่บางครั้งเราก็ขยัน อยากไปเรียน อยากทำความดี ไม่อยากหนีเรียน ไม่อยากเล่นการพนัน ไม่อยากร่วมวงสุรา ฯลฯ นี่แสดงว่าบัณฑิตภายในตัวเราปรากฏขึ้นแล้ว ส่วนคนพาลและบัณฑิตภายนอกหมายถึง คนอื่น คนที่มาชักชวนเราไปทำในเรื่องที่ไม่ดีไม่สมควรหรือเรื่องที่ดี ที่สมควรต่างๆ หากบัณฑิตภายในตัวเราเข้มแข็ง คนพาลภายนอกก็ไม่อาจชักชวนเราไปได้ ดังนั้นความเป็นกัลยาณมิตรต้องเริ่มที่เรา สร้างบัณฑิตและมิตรขึ้นภายในตัวเองก่อน เมื่อบัณฑิตหรือมิตรภายในตัวปรากฏแล้ว ก็จะสามารถเลือกเสวนากับบัณฑิตหรือมิตรภายนอกได้ ดังคำกล่าวที่เราได้ยินได้ฟังอยู่เสมอว่า “คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล” และ การสังเกตว่าผู้ที่ตนคบหาด้วยนั้นเป็นคนพาล หรือ เป็นบัณฑิตคือกัลยาณมิตร พึงสังเกตว่าชอบชักชวนไปในทางฉิบหาย เสียทรัพย์ เสียเวลา เสียสุขภาพและทำเรื่องที่ไร้ประโยชน์หรือไม่ เพราะหากเราไม่รู้จักเลือกคบบัณฑิตคือกัลยาณมิตรแล้ว ย่อมเป็นเหตุให้เราต้องเสียทรัพย์ที่หามาได้นั้นและไม่สามารถปฏิบัติธรรมใน ข้ออุฐานสัมปทาและอารักขสัมปทาได้

4. สมชีวิตา การเลี้ยงชีวิตแต่พอดี คือรู้จักกำหนดรายได้และรายจ่าย เป็นอยู่พอดี สมรายได้ มิให้ฝืดเคืองหรือฟุ่มเฟือย ให้มีรายได้เหนือรายจ่าย มีประหยัดเก็บไว้สำหรับบั้นปลายของชีวิต จะได้ไม่ลำบาก พระธรรมปิฎก (2544 : 39) กล่าวว่า “… พึงเข้าใจ ระลึกไว้เสมอว่า การที่เพียรพยายามแสวงหา รักษา และ ครอบครองโภคทรัพย์ไว้นั้น ก็เพื่อจะใช้ให้เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนและคนอื่น ถ้าไม่ใช้ทรัพย์สมบัติให้เกิดคุณประโยชน์แล้ว การหาและการมีทรัพย์สมบัติก็ปราศจากคุณค่า หาความหมายใดๆมิได้ ดังนั้นเมื่อมีทรัพย์หรือหาทรัพย์มาได้แล้ว ต้องรู้จักจัดสรรทรัพย์นั้น โดยถือหลักการแบ่งทรัพย์เป็น 4 ส่วน ที่เรียกว่า โภควิภาค คือ…

1 ส่วนใช้จ่ายเลี้ยงตน เลี้ยงคนที่ควรบำรุงเลี้ยง ได้แก่ มารดา บิดา บุตร ภรรยา และคนในปกครอง มิตรสหาย ผู้ร่วมกิจการงาน ทำบุญ ตลอดจนบำรุงราชการด้วยการเสียภาษีอากร เป็นต้น

2 ส่วนใช้เป็นทุนประกอบการงาน

1 ส่วน เก็บไว้ใช้ในคราวจำเป็น

พระธรรมปิฎก (2544 : 40) ได้กล่าวอีกว่า “... เมื่อได้ใช้โภคทรัพย์ทำประโยชน์อย่างนี้แล้ว ถึงโภคะจะหมดสิ้นไปก็สบายใจได้ว่า ได้ใช้โภคะนั้นให้เป็นประโยชน์ถูกต้องตามเหตุผลแล้ว ถึงโภคะเพิ่มขึ้น ก็สบายใจ เช่นเดียวกัน เป็นอันไม่ต้องเดือดร้อนใจในทั้งสองกรณี…

การทำประโยชน์ปัจจุบัน หรือ การปฏิบัติตามหลักธรรม “ทิฏฐธัมมิกัตถะ” เป็นเรื่องเกี่ยวกับปากท้อง การกิน การอยู่ ปัจจัยการดำรงชีวิตของคน ถ้าบ้านเมืองมีเศรษฐกิจดี คนมีความอยู่ดี กินดี ต่างคนต่างประกอบอาชีพที่สุจริตไม่เบียดเบียนกัน รัฐบาลก็ไม่ต้องวุ่นวายอยู่กับการปราบปรามเรื่องทุจริต สามารถพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าไป และเศรษฐกิจของชาติจะดีขึ้น จำเป็นต้องมีการพัฒนา คือ มีการดำเนินกิจการเพื่อเพิ่มรายได้ของคนให้สูงขึ้นต่อเนื่องกันเป็นระยะยาว นาน ปัจจัยขั้นมูลฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ คือ ประชากรซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีค่าสูงสุด และเป็นปัจจัยมูลฐาน เป็นต้นทุนเบื้องต้น ถ้าคนทุกคนที่เป็นประชากรของชาติ มีหลักธรรมตามที่กล่าวมา ก็ถือว่าประเทศชาติมีประชากรที่มีคุณภาพ มีความสามารถในการประกอบอาชีพ และเป็นอาชีพที่สุจริต รัฐบาลก็สามารถพัฒนาส่งเสริมอาชีพ ทางด้านเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มคุณภาพและปริมาณของผลผลิต มีการศึกษาวิจัยคิดค้นนวัตกรรมให้ประชากรเกิดความชำนาญในวิชาชีพ การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศก็ย่อมจะบรรลุผลตามเป้าหมาย การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางพระพุทธศาสนา จะต้องเริ่มด้วยการพัฒนาคน เป็นอับดับแรก เมื่อพัฒนาคนให้มีคุณภาพแล้ว การพัฒนาวัตถุก็เป็นไปได้ง่าย เพราะคนเป็นผู้หา คนเป็นผู้ใช้ปัจจัยในการดำรงชีวิต ถ้าคนหารู้จักหา และรู้จักใช้ให้เป็น เศรษฐกิจย่อมจะดีขึ้น

ถ้าพิจารณาด้วยเหตุผลข้อเท็จจริงแล้วจะพบว่า การได้มาซึ่งปัจจัยสี่เพื่อการดำรงชีพนั้น บุคคลต้องประกอบสัมมาชีพ ตามหลักอริยมรรค ซึ่งการประกอบอาชีพจะทำให้มีรายได้มาสำหรับซื้อหาเครื่องอุปโภค บริโภคต่างๆสำหรับดำรงชีวิต การประกอบอาชีพที่สุจริต หรือสัมมาชีพ ได้แก่อาชีพต่างๆที่ไม่ผิดหลักศีลธรรม เช่นไม่ค้าขายสิ่งเสพติด ผิดกฎหมาย ไม่คอรับชั่น หลอกลวง เป็นต้น เมื่อประกอบอาชีพสุจริตมีรายได้แล้วก็ต้องรู้จักเก็บออมใช้จ่ายให้เหมาะสม กับรายได้อันจะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเพราะใช้จ่ายมากไปจนเป็นหนี้หรือ ใช้จ่ายน้อยเกินไปจนอัตคัตขัดสน การจะใช้จ่ายอย่างไรไม่ให้เดือดร้อนนั้น การคบเพื่อนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้บุคคลหลงทางเพราะคบเพื่อนไม่ดี เพื่อนแนะนำไปในทางฉิบหายเช่น ชักชวนไปเล่นการพนัน ไปเสพสิ่งเสพติด หรือเที่ยวกลางคืน ก็จะทำให้ต้องสูญเสียทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความยากลำบากนั้นไปอย่างน่า เสียดาย ดังนั้น ข้อปฏิบัติหนึ่งใน 4 ข้อ เพื่อประโยชน์ตน หรือประโยชน์ในปัจจุบัน ก็คือ การรู้จักเลือกคบมิตรนั่นเอง หากบุคคลใดสามารถปฏิบัติตนได้ครบทั้ง 4 ข้อ บุคคลนั้นก็จะสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างดี ไม่มีเดือดร้อน เป็นประโยชน์ตนในปัจจุบัน ธรรมบทนี้จึงถือได้ว่าเป็น “หัวใจเศรษฐี”.

แหล่งข้อมูล : http://www.suwalaiporn.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=573414&Ntype=4


หน้านี้เขียนเมื่อ : Friday, July 24th, 2009 เวลา 11:24 am
อยู่ในหัวข้อ : หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
ก่อนนี้หน้านึง : อิทธิบาท 4
หน้าถัดไป : ดูดวงรายวัน เสาร์ 25 ก.ค. 2552
เนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าอ่าน
 

มีหนึ่งข้อความ ในหัวข้อนี้ “ทิฏฐธัมมิกัตถะ”

  1. Wanna says:

    มนุษยโลกมีความสุขได้เพราะธรรมทุกคนรู้ตัวว่าเกิดมาจากช่องคลอดของมารดาเราเอาปัญญาพิจารณาจะรู้ว่าที่เราอยู่ทุกวันนี้มนุษย์แย่งกันทุกข์ มาแย่งกันสุขในโลกแห่งสัจจะ แล้วโลกเราจะสงบอย่างแท้จริงเชิญวิ่งเข้ามาชนธรรมกันทุกคน ทุกคนจะไม่ต้องแบกทุกข์ให้หนักอีกต่อไปแล้วจะพบสุข จริงหนอจะได้เลิกฆ่ากันอย่างในอดีต

ขอมีส่วนร่วมฝากข้อความ กรอกข้อมูลด้านล่างได้เลยจ๊ะ

 

หน้าหลัก | ผลงานล่าสุด | แกลเลอรี่รูปเหมือนพระเกจิ | พระเครื่อง | ทำบุญเสริมบารมี | ติดต่อทีมงานช่างปั้นบุ๊ง
รับสั่งทำงานปั้นรูปเหมือนทุกชนิด เกจิ อาจารย์ดัง บุคคลสำคัญ ติดต่อทีมช่างปั้นได้ที่ 081-869-1588
Email และ MSN Messenger: clickyut@hotmail.com