พิธีตักบาตร คือ การนำข้าว และอาหารคาวหวาน ใส่บาตรพระภิกษุสงฆ์ หรือ สามเณร โดยอาจทำเป็นประจำวันในท้องถิ่นชุมชน ที่มีพระภิกษุสงฆ์และสามเณรออกบิณฑบาต จะทำในวันเกิดของตน หรือวันสำคัญทางศาสนา รวมทั้งวันพระ 7 ค่ำ 8 ค่ำ 14 ค่ำ 15 ค่ำ เป็นต้น
เบื้องต้นของการตักบาตร ต้องเตรียมใจให้ผ่องใสเป็นกุศล เปี่ยมด้วยความเต็มใจ บุญจะได้บังเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มคิด ขณะทำก็ไม่นึกเสียดาย ให้มีใจเป็นสุข หลังจากให้ไปแล้วก็ปลื้มปีติยินดีในทานนั้น ไม่นึกเสียดายในภายหลัง บุญกุศลจึงจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในการเตรียมของตักบาตร เช่น ข้าวสารอาหารแห้งหรือคาวหวาน ถ้าของสด พึงระวังอย่าให้ข้าว และอาหารนั้นๆ ร้อนหรือเย็นจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดความลำบาก แก่พระภิกษุสงฆ์หรือสามเณร ที่ต้องอุ้มบาตรต่อไปในระยะทางไกล
ของที่ใส่บาตรนั้น นิยมปฏิบัติเป็นธรรมเนียมว่า ให้ยกขึ้นจบ คือ ยกขึ้นสูงระดับหน้าผาก ด้วยท่าประนมมือโดยอนุโลม แล้วนิมนต์พระภิกษุสงฆ์หรือสามเณรว่า นิมนต์ครับ หรือ นิมนต์ค่ะ เมื่อท่านเดินผ่านมาในระยะใกล้ แล้วใส่ของลงในบาตร กล่าวคำถวายทานว่า
สุทินนัง วะตะ เม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง โหตุฯ
ทานที่ข้าพเจ้าให้แล้วด้วยดีหนอ จงเป็นเครื่องกำจัดอาสวกิเลส ออกไปจากใจของข้าพเจ้าด้วยเถิด
เมื่อใส่บาตรเสร็จแล้ว นิยมทำการกรวดน้ำ เพื่ออุทิศส่วนกุศลผลบุญ แก่ผู้อื่นอันเป็นที่รักด้วย ช่วยทำให้เกิดความอิ่มเอิบใจ เป็นสุขแก่ผู้ปฏิบัติ
|