หลวงพ่อปาน หลวงพ่อชื่น สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหม รังสี หลวงตามหาบัว
  ร่วมบูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาดเท่าองค์จริง
• หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ ปัตตานี
• หลวงปู่สี ฉฺนทสิริ วัดเขาถ้ำบุนนาค
• พระพม่า
• สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต วัดระฆัง
• หลวงพ่อแพ เขมังกโร วัดพิกุลทอง
   
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาด 12 นิ้ว
   
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาด 9 นิ้ว
• หลวงพ่อสมชาย วัดเขาสุกิม
• หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
• หลวงปู่เทสก์ วัดหินหมากเป้ง
• หลวงปู่มั่น วัดป่าสุทธาวาส
• หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง
   
บูชารูปเหมือนหุ่นขี้ผึ้งขนาด 5 นิ้ว
• เทส โพส พระ 5 นิ้ว
   
รับสั่งปั้นพระเกจิ และรูปเหมือนบุคคลทั่วไป ติดต่อ 081-869-1588 (ช่างบุ๊ง)
  ศาสนาพิธี
• ข้อปฏิบัติในการไปร่วมงานศพ
• ข้อปฏิบัติในงานอวมงคล
• การถวายสังฆทาน
• วิธีปฏิบัติในการกรวดน้ำ
• การทอดกฐิน
• วิธีประเคนสิ่งของแด่พระภิกษุสงฆ์
• การกรวดน้ำและการรับพรพระ
• งานมงคล
• ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับกฐิน
• การกรวดน้ำ
• การเวียนเทียน
• การจัดโต๊ะหมู่บูชา
พระกรุ
พระเกจิ
หลวงปู่ทวด
พระโบราณ
จตุคามรามเทพ
พระใหม่
เครื่องราง
พระเนื้อไม้
พระเนื้อดิน
พระเนื้อผง
พระบูชา
รูปเหมือน
การเสริมสร้างบารมีให้ตัวเอง การเสริมสร้างบารมีให้ตัวเอง เกิดจากการตั้งจิตใจ ที่เป็นกุศลสำหรับการเสริมตนเอ
ทำบุญ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพมหานคร เป็นคำเรียกการตระเวนไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด
 
   •  บทสวดมนต์
   •  พระคาถา
   •  หลักธรรมทางพุทธสาสนา
   •  พุทธประวัติ
   •  ศาสนาพิธี
   •  วันสำคัญในพระพุทธศาสนา
   •  วัดสำคัญในประเทศไทย
   •  พระพุทธรูปต่าง ๆ
 
งานมงคล

งานมงคล คือ การทำบุญ เพื่อความสุขความเจริญ โดยปรารภเหตุดี เช่น ทำบุญวันเกิด ทำบุญฉลองอายุครบ ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญเนื่องในงานมงคลสมรส ทำบุญฉลองเกียรติยศ เหล่านี้เป็นต้น

ในงานมงคลนั้น มีวิธีปฏิบัติ ดังนี้
1.) อาราธนาพระสงฆ์ เมื่อกำหนดวันงานแน่นอนแล้ว ไปอาราธนาพระตามจำนวนที่ต้องการ ก่อนถึงวันงานอย่างน้อย 3 ถึง 7 วัน การอาราธนานั้น ถ้าสามารถเขียน หรือพิมพ์เป็นฎีกานิมนต์ได้ เป็นการดีที่สุด โดยบอกกำหนด วัน เดือน ปี เวลา และงานให้ละเอียด

2.) จำนวนพระที่นิมนต์ ตามปกติจำนวนนี้ คือ 5 รูป 7 รูป 9 รูป แต่ส่วนมากนิยมนิมนต์ 9 รูป ถือกันว่าเลข 9 เป็นเลขมงคลขลังดี งานนั้นจะได้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป ถ้าเป็นงานมงคลสมรส นิยมนิมนต์จำนวนคู่คือ 6 รูป 8 รูป 10 รูป ส่วนมากงานมงคลสมรสนิยม 8 รูป ถ้าเป็นพระราชพิธีนิยม 10 รูป เป็นอย่างน้อย

3.) ตั้งโต๊ะหมู่ นิยมจัดไว้ทางด้านขวามือของพระสงฆ์ โดยให้พระพุทธผิน พระพักตร์ไปด้านเดียวกับพระสงฆ์ ถ้าสถานที่อำนวย ให้ผินพระพุทธรูปไปทางด้านทิศตะวันออก หรือทิศเหนือ ได้ยิ่งดี ถ้าสถานที่ไม่พอ ก็ให้จัดตามความเหมาะสมกับสถานที่

พระพุทธรูปที่จะนำมาตั้งโต๊ะบูชานั้น ไม่ให้มีครอบ และขนาดเล็กจนเกินไป หรือใหญ่เกินไป โต๊ะหมู่บูชาขนาดใหญ่หรือเล็ก ก็ให้จัดพระบูชาเหมาะสมตามส่วน มีแจกันดอกไม้ พานดอกไม้จัด 3 พาน หรือ 5 พาน แจกันจะใช้ 1-2 คู่ก็ได้ แล้วแต่ขนาดของโต๊ะ กระถางธูปให้ปักไว้ 3 ดอก เชิงเทียน 1 คู่ พร้อมเทียน

4.) ขันน้ำมนต์ จะใช้ขัน หรือบาตรหม้อน้ำมนต์มีเชิงก็ได้ ใส่น้ำสะอาดพอควร มีเทียนน้ำมนต์ควรเป็นเทียนขี้ผึ้งอย่างดี 1 - 2 เล่ม ใบเงินใบทองอย่างละ 5 ใบ มัดหญ้าคา หรือก้านมะยม สำหรับประพรมน้ำพระพุทธมนต์ 1 มัด ถ้าใช้ใบมะยมใช้ก้านสด 9 ก้าน ถ้ามีการเจิม ก็เตรียมแป้งกระแจะ ใส่น้ำหอมในผอบเจิมด้วย ถ้ามีการปิดทองด้วย ก็เตรียมทองคำเปลว ไว้ตามต้องการวางใส่ในพาน ตั้งไว้ข้างบาตรน้ำมนต์

5.) ด้ายสายสิญจน์ ใช้ด้ายดิบจับ 9 เส้น 1 ม้วน โยงรอบบ้านหรือบริเวณพิธี เวียนจากซ้ายไปขวา โยงเข้าหาพระประธานที่โต๊ะหมู่บูชา เวียนซ้ายไปขวาเช่นเดียวกัน ไม่ควรเอาไปพันไว้ที่องค์พระประธาน ควรเวียนรอบฐานพระ โยงมาที่ขัน หรือบาตรน้ำมนต์เวียนขวา แล้วนำด้ายสายสิญจน์วาง ไว้บนพานรอง ตั้งไว้ข้างโต๊ะบูชาใกล้ กับพระเถระองค์ประธานในสงฆ์

เรื่องด้ายสายสิญจน์นี้ มีข้อควรระวังเป็นพิเศษ คือ ห้ามข้ามกรายเป็นเด็ดขาด แม้ที่สุดจะ หยิบของข้าม หรือบ้วนน้ำลาย ก็ไม่ควรข้ามด้ายสายสิญจน์อย่างยิ่ง เพราะนอกจากเป็นการแสดงความ ไม่เคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือถ้าเป็นงานศพ ก็ไม่เป็นการเคารพในผู้ตาย และ ยังเป็นผู้ที่ถูกติเตียนด้วย หากมีความจำเป็นจริง ๆ ก็ควรสอดมือไปทางใต้ด้ายสายสิญจน์

6.) การปูอาสนะสำหรับพระสงฆ์ ควรใช้เสื่อ หรือพรมปูเสียชั้นหนึ่งก่อน นิยมใช้กัน 2 วิธี คือ ยกพื้นอาสนะสงฆ์ให้สูงขึ้น โดยใช้เตียง หรือแคร่ม้ายาววางต่อกัน ให้พอจำนวนแก่สงฆ์ และอีกวิธีหนึ่ง ปูลาดอาสนะบนพื้นธรรมดา อาสนะสงฆ์ชนิดยกพื้น นิยมใช้ผ้าขาวปูลาด จะมีผ้านิสีทนะ ปูอีกชั้นหนึ่งหรือไม่ก็ได้ โดยอาสน์สงฆ์ยกพื้นนี้ มักจัดในสถานที่ ที่ฝ่ายเจ้าภาพนั่งเก้าอี้กัน ส่วนอาสนะ ชนิดที่ปูลาดบนพื้นธรรมดา จะใช้เสื่อหรือพรมผ้า ที่สมควรก็สุดแท้แต่ที่จะหาได้

ข้อสำคัญควรระวัง อย่าให้อาสนะพระสงฆ์ กับอาสนะของคฤหัสถ์ฝ่ายเจ้าภาพ เป็นอันเดียวกัน ควรปูลาดให้แยกจากกัน ถ้าจำเป็นแยกกันไม่ได้ เพราะปูเสื่อหรือพรมไว้เต็มห้อง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว สำหรับอาสนะสงฆ์ ควรปูทับด้วยเสื่อ หรือพรมอีกชั้นหนึ่ง จึงจะเหมาะสม โดยใช้ผ้าขาว หรือผ้านิสีทนะก็ได้ ปูเรียงรูปเป็นระยะ ให้ห่างกันพอสมควร อย่าให้ชิดกันเกินไป มีหมอนอิงข้างหลังเรียงเท่าจำนวน ที่นิมนต์มาในงานนั้น ๆ

7.) เครื่องรับรองพระภิกษุสงฆ์ ประกอบด้วย กระโถน ภาชนะน้ำเย็น วางไว้ทางด้านขวามือ ของพระภิกษุสงฆ์เป็นรายรูป ถ้าของมีจำกัด จะจัดวาง 2 รูป ต่อ 1 ที่ก็ได้ วางเรียงจากด้านใน มาหาข้างนอกตามลำดับ คือ กระโถนไว้ในที่สุด ถัดมาภาชนะน้ำเย็น ส่วนน้ำชาหรือเครื่องดื่ม เมื่อพระภิกษุสงฆ์ เข้านั่งเรียบร้อยแล้ว ค่อยถวายก็ได้

8.) เมื่อพระภิกษุสงฆ์มาถึงบ้าน ฝ่ายต้อนรับจะคอยล้างเท้าให้ท่าน จะให้ท่านล้างเท้าเองดูไม่เหมาะ เพราะน้ำอาจมีสัตว์ปะปนอยู่ ซึ่งขัดกับพระวินัย และคอยเช็ดเท้าให้ท่านด้วย

9.) เมื่อพระภิกษุสงฆ์ เข้าประจำที่เรียบร้อยแล้ว พึงเข้าประเคนของรับรอง ที่เตรียมไว้แล้ว คือภาชนะน้ำเย็น ประเคนของที่อยู่ด้านในก่อน ตามด้วยน้ำชา หรือ น้ำหวานต่าง ๆ ถวายทีละรูปจนครบ

10.) เมื่อได้เวลาแล้ว เจ้าภาพเริ่มต้นจุดเทียน ธูป ที่โต๊ะบูชาด้วยตัวเอง ไม่ควรให้คนอื่นจุดแทน ให้ถือว่า เราทำเพื่อสิริมงคล ของเจ้าของงานนั้น ๆ และ ควรจุดเทียน เล่มที่อยู่ทางซ้ายมือของเราก่อน แล้วจึงจุดเทียนเล่มขวามือ เทียนไม่ควรให้เล่มเล็กเกินไป เสร็จแล้วจุดธูป ธูปควรปักไว้ในกระถางธูป ให้ตั้งตรง

ถ้าเป็นงานมงคลสมรส คู่บ่าวสาวจุดเทียนกันคนละเล่ม ธูปคนละ 3 ดอก ผู้หญิงให้นั่งทางซ้าย ผู้ชายนั่งทางขวา แล้วกราบลงพร้อมกัน 3 ครั้ง ประเคนด้ายสายสิญจน์ แก่พระเถระ ผู้เป็นประธานสงฆ์ในพิธี

11.) ถ้าเจ้าภาพสามารถอาราธนาศีล ได้ด้วยตนเองยิ่งดี ถ้าอาสนะสงฆ์สูง ยืนอาราธนาก็ได้ ถ้าพระภิกษุสงฆ์นั่งกับพื้น ควรนั่งคุกเข่าประนมมืออาราธนา จบแล้วพึงตั้งใจรับศีล ด้วยการเปล่งวาจาว่าตามไป

การเปล่งวาจานี้ ควรให้พระเถระผู้ให้ศีลได้ยินด้วย ไม่ใช่รับศีลในใจ เมื่อพระท่านให้ศีลจบ พึงรับด้วยคำว่าว่า อามะ ภันเต หรือว่า สาธุ ภันเต

12.) เมื่อรับศีลจบแล้ว พึงกราบลง 3 ครั้ง หรือยืนไหว้ แล้วแต่กรณี อาราธนาพระปริตรต่อไป

13.) เมื่อพระภิกษุสงฆ์สวดมนต์ถึงบท มงคลสูตร ขึ้นบทว่า อะเสวะนา จะ พาลานัง ให้เจ้าภาพจุดเทียนน้ำมนต์ ที่ติดกับบาตร หรือขันน้ำมนต์ ยกขันน้ำมนต์ถวายแด่ประธานสงฆ์ เหตุที่จุดเทียนน้ำมนต์ตอนนี้ เพราะเทียนน้ำมนต์ ใช้แทนเทียนมงคล จึงต้องจุด เมื่อพระท่านสวดถึงบท มงคลสูตร ก็เพื่อให้เป็นสิริมงคลในงานนั้น

14.) ถวายสำรับบูชาพระพุทธ ถ้ามีการฉันเช้าหรือฉันเพล หลังจาก พระเจริญพระพุทธมนต์เสร็จแล้ว เมื่อพระท่านสวดถึงบท พาหุงสะหัสสะมะ ภินิมมิตะสาวุธันตัง ถ้าเป็นงานมงคลสมรส ให้คู่บ่าวสาวออกไปตักบาตร โดยจับด้ามทัพพีเดียวกัน มีคนคอยส่งข้าวของใส่บาตรให้ เมื่อใส่บาตรแล้ว ก็ควรนำสำรับบูชาพระพุทธ มาถวายในขณะนั้น คำบูชาว่าดังนี้

อิมัง สูปะพยัญชะนะสัมปันนัง สาลีนัง
โภชะนัญจะ อุทะกัง วะรัง สัมพุทธัสสะ ปูเชมิ ฯ
ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธ ด้วยโภชนาหารอันประณีต ด้วยน้ำอันสะอาด
ประเสริฐแด่พระพุทธเจ้า

จบแล้วกราบ 3 ครั้ง

ข้อควรปฏิบัติ การทำบุญทุกครั้ง ต้องถวายสำรับบูชาพระพุทธก่อน จึงถวายอาหารบิณฑบาต แด่พระภิกษุสงฆ์ เมื่อพระภิกษุสงฆ์ฉันเสร็จแล้ว พึงลาสำรับพระพุทธ ว่า

เสสัง มังคะลัง ยาจามิ
เสสัง มังคะลัง ยาจามิ
เสสัง มังคะลัง ยาจามิ

15.) ประเคนอาหารพระภิกษุสงฆ์ ขณะประเคนอาหาร ควรเข้าไปใกล้พระสงฆ์ ประมาณ 1 ศอก ยกของที่ประเคน ให้สูงขึ้นจากพื้น ไม่ควรกระทบต่อสิ่งกีดขวางอย่างอื่น สูงพอประมาณ ของที่ประเคนแล้ว ห้ามมิให้ถูกต้องอีก ถ้าถูกด้วยความพลาดพลั้ง ต้องรีบยกประเคนใหม่ ประเคนของทีละอย่าง ๆ ถ้าเป็นของเล็ก ๆ จะประเคนด้วยมือเดียวก็ได้ แต่ต้องประเคนด้วยมือขวา ถ้าเป็นงานมงคลสมรส คู่สมรสประเคนวางลงบนผ้า ที่พระท่านปูรับ

ขณะพระกำลังฉัน เจ้าภาพควรนั่งปฏิบัติ ด้วยการดูแลให้ทั่วถึง และควรปวารณาว่า สิ่งใดขาดตกบกพร่อง ขอให้เรียกได้ตามประสงค์ เมื่อพระฉันอาหารเสร็จแล้ว ถอนสำรับคาวออกก่อน นำของหวาน ประเคนต่อไป ถ้ามีน้ำชา ก็ควรรีบถวายตอนนี้ด้วย ช้อนส้อมของหวานไม่ควรลืม

16.) เมื่อพระฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว กรุณานำเครื่องไทยธรรม ที่จะถวายพระมา เช่น ดอกไม้ธูปเทียน ห่อของถวาย ที่จัดเตรียมไว้ ถวายตามลำดับ เริ่มตั้งแต่ประธานสงฆ์ลงไป

หากมีคนคอยช่วย ก็นำสิ่งของไทยธรรมนั้น วางไว้ข้างหน้าพระภิกษุสงฆ์ เป็นชุด ๆ ไป เจ้าภาพก็ค่อยประเคนตาม บางแห่งจะกล่าวคำถวายก่อน พอจบแล้วก็นำถวายเลย ส่วนปัจจัย หรือ เงิน ควรแยกไว้ต่างหาก ไม่สมควรประเคนพระ ถึงแม้จะใส่ในย่ามก็ไม่ควร ทางที่ควรประเคนใบปวารณาแทนปัจจัย ส่วนเงินควรมอบให้กับไวยาวัจกร

17.) เมื่อประเคนของเรียบร้อยแล้ว พึงตั้งใจกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล ที่เราทำบุญครั้งนี้ ให้แก่บุพการีชน แก่เทวดา แก่คู่กรรมคู่เวร ขอให้กุศลผลบุญ ที่กระทำในวันนี้ จงเป็นผลสำเร็จ แก่ตนเองและครอบครัว ตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งหลาย ด้วยความปรารถนานั้น ๆ

น้ำที่กรวดนั้น ต้องเป็นน้ำสะอาด ไม่มีสิ่งเจือปน ควรเตรียมไว้ล่วงหน้า ซึ่งมีคนโทสำหรับกรวดน้ำโดยเฉพาะ หรือภาชนะที่สมควร อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ เป็นการดีที่สุด เพราะเป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้ในทุก ๆ งาน

ในขณะพระเถระ ผู้เป็นประธานสงฆ์ เริ่มสวดอนุโมทนากถาว่า ยะถา วาริวะหา เป็นต้นไป ก็เริ่มกรวดน้ำ ให้ไหลลงโดยไม่ขาดระยะ ไม่ควรเอานิ้วมือรองน้ำ ควรให้น้ำไหลลงภาชนะโดยตรง เมื่อพระสงฆ์รับสวดว่า สัพพีติโย พร้อมกัน พึงเทน้ำลงให้หมด แล้วประนมมือรับพรต่อไป ด้วยใจเป็นสมาธิ

น้ำที่กรวดแล้ว ควรนำไปเทลงบนพื้นดิน ที่สะอาดหมดจด หรือใบเสมา และ กล่าวคำอธิษฐานอีกครั้งว่า ขออุทิศส่วนบุญ ที่ทำในวันนี้ จงไปถึงแก่ดวงวิญญาณ ผู้มีพระคุณทั้งหลาย ด้วยความถนัดใจ ไม่ควรเท หรือสาดทิ้งทางหน้าต่างประตู หรือในสถานที่ที่ไม่ควร เช่น กระโถน ใต้ถุนบ้านเหล่านี้ เป็นต้น

18.) ก่อนพระภิกษุสงฆ์ ท่านจะกลับวัด เจ้าภาพที่มีความประสงค์ จะให้พรมน้ำพระพุทธมนต์ให้ ก็พึงเรียนท่าน และบอกญาติพี่น้อง ให้เข้ามารวมกัน นั่งประนมมือ หรือหมอบลงรับ น้ำพระพุทธมนต์พร้อมกัน

ในโอกาสเช่นนี้ พระภิกษุสงฆ์ท่านจะสวด ชะยันโต เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่เจ้าภาพ และแขกที่มาร่วมงาน ฉะนั้น ผู้เป็นเจ้าภาพ พึงคอยรับด้วยความเคารพ โดยหมอบลงตรงพระเถระ

ถ้ามีคนมาก ผู้ที่ประพรมแล้ว ก็ควรให้โอกาสแก่คนอื่นบ้าง เจ้าภาพประสงค์ให้พระท่านประพรม ณ ที่ใด ก็พึงอุ้มบาตร หรือขันน้ำมนต์นั้น นำท่านไป

ถ้าต้องการจะให้พระท่านเจิม หรือปิดทอง ก็เตรียมในช่วงนั้น สิ่งที่ควรเตรียมก็มี แป้งเจิม แผ่นทองคำเปลว

ถ้าเป็นงานมงคลสมรส คู่บ่าวสาวควรหมอบ ให้น้ำพระพุทธมนต์ ตั้งแต่พระเถระหัวแถว ถึงพระภิกษุรูปสุดท้าย มากน้อยตามความเหมาะสม หลังจากคู่บ่าวสาวแล้ว จึงพรมให้แขกอื่นที่มาร่วมงาน ส่วนเจ้าสาวต้องให้ญาติผู้ใหญ่ หรือบิดามารดาเจิมหน้าให้

19.) ส่งพระภิกษุสงฆ์กลับวัด เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระภิกษุสงฆ์ลากลับวัด เจ้าภาพพึงตามส่งถึงรถ หรือประตูบ้านซึ่งเตรียมไว้แล้ว

20.) นำของที่ยืมมา คืนวัดให้เรียบร้อย เสื่อ หมอน หรือพรม โต๊ะหมู่บูชาเครื่องใช้ ที่ยืมมาจากวัด ก็ให้พยายามอย่างยิ่ง อย่าให้แปดเปื้อน หรือแตกหักเสียหาย เพราะเป็นสมบัติของสงฆ์ ถ้าเกิดเสียหายไป ด้วยประการใดก็ดี เจ้าภาพพึงสำนึกว่า ของเหล่านี้เป็นของสาธารณสมบัติ ไม่ควรดูดาย ต้องหามาชดใช้แทน และ ทำความสะอาดให้เรียบร้อย นำส่งตรวจสอบให้ถูกต้อง เท่าที่ยืมมาใช้ เพื่อเป็นตัวอย่างต่อไป


หน้านี้เขียนเมื่อ : Monday, May 25th, 2009 เวลา 2:48 pm
อยู่ในหัวข้อ : ศาสนพิธี
ก่อนนี้หน้านึง : พิธีตักบาตร
หน้าถัดไป : โลกธรรม 8
เนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าอ่าน
 

2 ข้อความ ในหัวข้อนี้ “งานมงคล”

  1. กะติ๊บ says:

    ดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดีดี มากเลย

  2. กะติ๊บ says:

    งานมงคลที่เกียวกับประชาชน

ขอมีส่วนร่วมฝากข้อความ กรอกข้อมูลด้านล่างได้เลยจ๊ะ

 

หน้าหลัก | ผลงานล่าสุด | แกลเลอรี่รูปเหมือนพระเกจิ | พระเครื่อง | ทำบุญเสริมบารมี | ติดต่อทีมงานช่างปั้นบุ๊ง
รับสั่งทำงานปั้นรูปเหมือนทุกชนิด เกจิ อาจารย์ดัง บุคคลสำคัญ ติดต่อทีมช่างปั้นได้ที่ 081-869-1588
Email และ MSN Messenger: clickyut@hotmail.com