
“วัดพระบรมธาตุเจดียาราม” เป็นวัดที่สร้างขึ้นมาพร้อมกับเมืองนครชุม เมื่อปี พ.ศ.1858 ในสมัยต้นสุโขทัย สันนิษฐานว่า สร้างในสมัยพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ แห่งกรุงสุโขทัย
วัดพระบรมธาตุฯ เจริญรุ่งเรืองมากกว่า 200 ปี จนกระทั่งเมืองนครชุมถึงภาวะล่มสลาย ด้วยแม่น้ำปิงกัดเซาะแนวกำแพงเมืองนครชุมพังพินาศ ส่วนเมืองฝั่งตรงข้ามทางทิศตะวันออก คือ เมืองกำแพงเพชร ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาแทนที่
วัดพระบรมธาตุฯ ร้างมากว่า 300 ปี จนกระทั่งถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ วัดพระบรมธาตุมีหลักฐานที่ชัดเจนอีกครั้ง จากหนังสือพระราชนิพนธ์เสด็จประพาสต้นครั้งที่ 2 เมื่อเดือนสิงหา คม 2449 ณ เมืองกำแพง เพชร ความว่า…
” ในพ.ศ.2329 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ได้มาเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร พักที่วัดเสด็จได้อ่านจารึกนครชุมที่ประดิษฐาน ณ อุโบสถวัดเสด็จ ต.เมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ได้ทราบว่ามีเจ ดีย์โบราณบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อยู่ริมน้ำปิง ฝั่งตะวันตกตรงข้ามเมืองเก่าสามองค์”
เจดีย์วัด พระบรมธาตุฯ ปัจจุบันเป็นรูปพระเจดีย์พม่า แต่เดิมกล่าวกันว่า เป็นเจดีย์ก่อด้วยอิฐแบบ เจดีย์สุโขทัยสามองค์ น่าจะหมายถึง พระเจดีย์ทรงดอกบัวตูม หรือ ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์
ครั้นสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงอนุญาตให้พ่อค้าชาวพม่า ชื่อ พระยาตะก่า ซ่อมแซมปฏิสัง ขรณ์ สร้างพระเจดีย์ใหม่ใหญ่กว่าเดิม โดยได้สร้างตามแบบเจดีย์พม่า ดังที่ปรากฏในปัจจุบัน
ภายในบริเวณวัดพระบรมธาตุฯ มีพื้นที่กว้างขวาง บรรยากาศภายในวัดค่อนข้างร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลทำความสะอาดเป็นประจำ จัดตั้งถังขยะไว้ตามจุดต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ
ด้วยความที่เป็นวัดที่มีคนนิยมเข้ามาท่องเที่ยว ไหว้พระเสริมความเป็นสิริมงคล และมีจุดพักชมวิวที่สวยงาม ทำให้มีนักท่องเที่ยว เข้ามาแวะเวียนเป็นจำนวนมาก สำหรับเรื่องสถานที่จอดรถ มีระบบการจัดการที่ดีมาก
อย่างไรก็ตาม มีชาวบ้านร้องเรียนว่า บริ เวณโบสถ์เก่าของวัดพระบรมธาตุฯ ที่ได้มีการบูรณะซ่อมแซมนั้น ปรากฏว่า ภายหลังการซ่อมแซมต่างๆ แล้วเสร็จ ได้มีการนำกองไม้มากองทิ้งไว้ข้างโบสถ์เก่ามานานพอสมควร ไม่มีใครจะมาแสดงความรับผิดชอบ นำเก็บกลับไป ยังปล่อยกองทิ้งไว้อยู่เช่นนั้น
ทำให้บรรยากาศทิวทัศน์ความสวยงามภายในวัดพระบรมธาตุฯ หมองหม่นลงไป
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/
|