
“วัดพระบรมธาตุวรวิหาร” หรือ “วัดบรมธาตุ” และมีนามเรียกอีกนามหนึ่งว่า “วัดหัวเมือง” ตั้งอยู่ที่เนินริมแม่น้ำเจ้าพระยา เลขที่ 106 ต.ชัยนาท อ.เมือง จ.ชัยนาท
วัดพระบรมธาตุ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 31 ไร่ 1 งาน 24 ตารางวา อาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยา ทิศใต้และทิศตะวันออกติดต่อกับที่ดินชลประทาน และทิศตะวันตกติดต่อกับถนนคันกั้นน้ำชลประทาน
อาคารเสนาสนะต่างๆ มีอุโบสถกว้าง 9 เมตร ยาว 24 เมตร พระวิหาร กว้าง 13 เมตร ยาว 24 เมตร นอกจากนี้ มีศาลาการเปรียญอาคารพิพิธภัณฑ์ กุฏิสงฆ์ และฌาปนสถาน
สำหรับปูชนียวัตถุ มีพระประธานในอุโบสถปางมารวิชัย ในพระวิหารมีพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร พระประจำวันและอื่นๆ อีก
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พระเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง มีแต่ตำนานกล่าวกันว่า องค์พระเจดีย์ได้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าศรีธรรมโศกราช กษัตริย์แห่งอินเดีย โครงสร้างเป็นศิลาแลง

วัดพระบรมธาตุ สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจอยู่แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุอยู่ในองค์พระเจดีย์เป็นที่สำคัญ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สถาปนาเป็นพระอารมหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2499 เป็นต้นมา
ปูชนียสถานที่สำคัญของวัด คือ เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ได้ให้พระสงฆ์มาเผยแผ่พระศาสนาประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย โดยได้ผ่านมาทางสุวรรณภูมิ นครปฐมจนถึงเมืองชัยนาท และได้เห็นว่าสถานที่แห่งนี้เป็นที่เหมาะสม จึงได้สร้างเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าส่วนหนึ่งไว้ ประชาชนชาวพุทธทั้งหลายก็มานมัสการกราบไหว้พระเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุเสมอ มา
นอกจากนี้ ส่วนราชการได้ใช้เป็นสถานที่ทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาและพิธีกรรมต่างๆ ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
สถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง คือ พระวิหารเก้าห้องซึ่งมีบ่อน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ขุดพบอยู่ใต้พระวิหาร
และเมื่อปี พ.ศ.2518 ได้มีการบูรณะบ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทางหน่วยราชการจะทำพิธีใดๆ ต้องให้พราหมณ์มาบวงสรวงบ่อน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์นี้ เพื่อนำน้ำเข้าสู่พระราชวัง ถือว่าบ่อน้ำพระพุทธมนต์แห่งนี้ มีความศักดิ์สิทธิ์
ในวัดพระบรมธาตุ มีพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชัยนาทมุนี ตั้งอยู่โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลรักษาสมบัติต่างๆ ซึ่งเป็นโบราณวัตถุที่มีค่าหาได้ยาก
ปัจจุบันลานวัดอันกว้างใหญ่ มีต้นไม้ใหญ่ให้เงาร่มเย็น
แต่ปรากฏว่ากุฏิสงฆ์เกือบทุกหลังภายในวัด กำลังชำรุดทรุดโทรม ผุพังไปตามกาลเวลา ปล่อยไว้ดูไม่งามตา.
ที่มา : www.matichon.co.th
|