
” วัดธรรมาราม” ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาด้านตะวันตก ไม่ปรากฏหลักฐานว่าใครเป็นผู้สร้าง
แต่ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า ในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระมหินทราธิราช สมเด็จพระเจ้าบุเรงนองยกทัพมาตีกรุงศรี อยุธยา ในปี พ.ศ.2112 ได้มาตั้งค่ายที่วัดธรรมาราม
วัดธรรมารามในอดีตเคยเป็นพระอารามหลวง ฝ่ายอรัญวาสีที่มีพระสงฆ์ผู้ทรงคุณปรีชาสามารถจำพรรษาอยู่ พ.ศ.2295 สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ แห่งวัดพุทไธศวรรย์ ได้เลือกพระอุบาลีมหาเถรกับพระอริยมุนีมหาเถร แห่งวัดธรรมาราม ไปลังกาทวีปเพื่ออุปสมบทกุลบุตรชาวลังกา เนื่องจากศาสนาวิบัติตามพระบรมราชโองการของสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ
พร้อมกันนี้พระอุบาลีมหาเถรกับพระอริยมุนีมหาเถรได้บรรพชา-อุปสมบทชาวลังกาเป็น พระภิกษุจำนวน 700 รูป และสามเณร 3,000 รูป ณ วัดบุปผาราม ต่อมาพระอุบาลีมหาเถรได้ถึงแก่มรณภาพที่ประเทศลังกา หลังจากนั้นพระอริยมุนีมหาเถรได้ถวายพระพรพระเจ้ากรุงลังกากลับมายังกรุงศรีอยุธยา และจำพรรษาที่วัดธรรมาราม จนกระทั่งมรณภาพ
หลังจากนั้น ประเทศลังกามีพระสงฆ์สามเณรสืบทอดพระพุทธศาสนาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นผลงานอันประเสริฐ ที่จารึกในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาของโลกที่ได้ถูกบันทึก ไว้ในหนังสือสยามปสัมปทวัต ชาวลังกาต่างพากันร้องสาธุปรากฏความปีติปราโมทย์แก่ชาวลังกาว่าศาสนาพุทธที่ได้เสื่อมสูญมาช้านานได้กลับมาตั้งหลักลงในลังกาทวีปอีกครั้งหนึ่ง
ภายในบริเวณวัดธรรมารามมีพื้นที่กว้างขวางบรรยากาศภายในวัดค่อนข้างร่มรื่นจากต้นไม้ใหญ่จำนวนมากมีคนคอยดูแลทำความสะอาดเป็นประจำ จัดตั้งถังขยะไว้ตามจุดต่างๆ อย่างเป็นระเบียบ
ด้วยความที่เป็นวัดในเมืองที่มีคนนิยมเข้ามาท่องเที่ยว ไหว้พระเสริมความเป็นสิริมงคล และมีจุดพักชมวิวที่สวยงาม ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแวะเวียนภายในวัดเป็นจำนวนไม่น้อย
แต่ปัญหาใหญ่สำหรับวัดในเมืองกรุงเก่าที่อยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พอถึงช่วงเดือนตุลาคมของทุกปีจะมีน้ำเหนือไหลบ่าเข้ามา ทำให้น้ำในแม่น้ำล้นตลิ่งท่วมพื้นที่วัดเป็นอันมาก
ในระยะยาวน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานานนับเดือนส่งผลกระทบต่อตลิ่งที่มีแหล่งโบราณสถานตั้งอยู่ โดยวัดที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก คือวัดธรรมาราม ที่น้ำได้เข้าท่วมบริเวณวัด เจ้าหน้าที่จึงนำกระสอบทรายกั้น และติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่
จึงขอฝากให้กรมศิลปากรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ และเตรียมกระสอบทรายกั้นน้ำรอง รับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นด้วย
ที่มา : http://www.khaosod.co.th
|