ขณะนั้น ท้าวสหัมบดีพรหม ท้าวสักกกะ พระอนุรุทธเถระ และพระอานนท์เถระ ได้กล่าวคาถา สรรเสริญพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แสดงความไม่เที่ยงถาวรของสัตว์ สังขารทั่วไป ด้วยความเลื่อมใส และความสลดใจ ในการปรินิพพานของพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้เป็นพระบรมศาสดา ของมวลเทพดาและมนุษย์ทั้งหลาย
ขณะนั้น บรรดาพุทธบริษัททั้งหลายทั้งปวง ที่ประชุมอยู่ในอุทยานสาลวันนั้น ต่างก็เศร้าโศก ร่ำไร รำพัน ปริเทวนาการ คร่ำครวญถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่น่าสลดใจยิ่งนัก พระอนุรุทธเถระ และพระอานนท์เถระ ได้แสดงธรรมีกถาปลุกปลอบ บรรเทาจิตบริษัทให้เสื่อมสร่างจากความเศร้าโศก ตามควรแก่วิสัยและควรแก่เวลา
ครั้นสว่างแล้ว พระอนุรุทธเถระ ก็ให้พระอานนท์รีบเข้าไปในเมืองกุสินารา แจ้งข่าวปรินิพพาน ของพระผู้มีพระภาค แก่มัลลกษัตริย์ทั้งหลาย
เมื่อมัลลกษัตริย์ได้สดับข่าวปรินิพพาน ก็กำสรดโศก ด้วยความเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างยิ่ง จึงดำรัสสั่งให้ประกาศข่าวปรินิพพาน แก่ชาวเมืองให้ทั่วนครกุสินารา แล้วนำเครื่องสักการะบูชา นานาสุคนธชาติ พร้อมด้วยผ้าขาว 500 พับ เสด็จไปยังสาลวัน ที่เสด็จปรินิพพาน ทำสักการะบูชาพระสรีระ ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยบุบผามาลัยสุคนธชาติเป็นจำนวนมาก
มหาชนเป็นอันมาก แม้จะอยู่ในที่ไกล เมื่อได้ทราบข่าวปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า ต่างก็ถือนานาสุคนธชาติ มาสักการะบูชามากมาย สุดจะคณนานับ เวลาค่ำ ก็ตามชวาลาสว่างไสวทั่วสาลวัน ประชาชนต่างพากันมาไม่ขาดสาย ตลอดเวลา 6 วัน ไม่มีหยุด พากันรีบรุดมาทำสักการะบูชา ด้วยความเลื่อมใส ถวายความเคารพอันสูง ในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
|