ในกาลนั้น พระโมคคัลลานะ พักอยู่ที่กาฬศิลาประเทศ แคว้นมคธ
หมู่เดียรถีย์ทั้งหลายเห็นร่วมกันว่า
“พระโมคคัลลานะมีอานุภาพมาก สามารถไปสวรรค์ก็ได้ ไปนรกก็ได้ ครั้นไปแล้ว ก็นำเอาข่าวสารจากเทวดาในสวรรค์ จากสัตว์นรกในแดนพวกนั้น ๆ มาบอกแก่มนุษย์ทั้งหลาย ผู้เป็นญาติ เป็นมิตรสหายในโลกนี้ มนุษย์ทั้งหลาย ที่เป็นบิดามารดาของเทวดาและสัตว์นรกนั้น ๆ ก็เลื่อมใส อุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา
หากพระสมณะโคดมก็ดี พระสงฆ์ทั้งหลายก็ดี หากไม่มีพระโมคคัลลานะ ก็จะตั้งอยู่ไม่ได้ คือไม่อาจยึดเหนี่ยวใจ ของชนทั้งหลายได้เลย พวกเราทั้งหลาย ต้องเสื่อมคลายความนับถือของมหาชน เสื่อมจากลาภผล ก็เพราะพระโมคคัลลานะ ดังนั้น ตราบใดที่พระเถระเจ้าองค์นี้ ยังมีชีวิตอยู่ ตราบนั้น ชื่อเสียงลาภผลของพวกเรา จะดีขึ้นไม่ได้เลย ควรหาอุบายจ้างคนฆ่าพระเถระดีกว่า”
ครั้นแล้ว เหล่าเดียรถีย์จึงจัดการเรี่ยไรทรัพย์ จากอุปัฏฐากของตน แล้วจ้างโจรทั้งหลาย ที่โลภในทรัพย์ ให้ไปฆ่าพระโมคคัลลานะ ซึ่งอยู่ ณ กาฬศิลาประเทศ
พวกโจรเหล่านั้น รับเอาทรัพย์ค่าจ้างแล้ว ยกพวกไปล้อมจับพระโมคคัลลานะ ณ ที่อยู่ พระโมคคัลลานะได้ทำปฏิหาริย์ หนีไปได้ทุกครั้ง
แต่โจรพวกนั้น ก็พยายามล้อมจับอยู่ถึง 2 เดือน ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ครั้นถึงเดือนที่ 3 พระโมคคัลลานะ พิจารณาเห็นกรรมของท่าน ที่ทำในชาติก่อนติดตามมา เห็นควรจะรับผลแห่งกรรม ที่ตามมาสนองนั้น จึงยอมให้โจรล้อมจับตามประสงค์
ครั้นพวกโจรจับพระโมคคัลลานะได้แล้ว จึงได้ทุบตีจนกระดูกหัก แตก แหลกไม่มีดี โดยเกรงว่าจะไม่ตาย แล้วจะกลับฟื้นคืนชีพได้ ครั้นแน่ใจว่าพระโมคคัลลานะ ไม่อาจฟื้นคืนชีพได้แล้ว จึงเอาสรีระของท่าน ไปทิ้งไว้ในที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเห็นว่าพอจะลับตาคนได้ แล้วพากันหนีไปจากที่นั้น
พระโมคคัลลานะคิดว่า เราควรไปทูลพระบรมศาสดาเสียก่อน จึงปรินิพพาน แล้วจึงเรียงลำดับสรีระกาย ผูกเข้าให้มั่นด้วยกำลังฌาน แล้วเหาะไปโดยอากาศวิถี เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบทูลว่า
“ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระองค์ ขอถวายบังคมลาปรินิพพาน”
มีพระพุทธดำรัสว่า
“เธอจะปรินิพพานล่ะหรือ? โมคคัลานะ”
พระโมคคัลลานะกราบทูลว่า
“พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ ขอถวายบังคมลาปรินิพพาน ในวันนี้แล้ว”
พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า
“โมคคัลลานะ เธอจะปรินิพพาน ณ ที่ใด ?”
พระโมคคัลานะกราบทูลว่า
“ที่กาฬศิลาประเทศ พระเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงรับสั่งว่า
“ถ้าเช่นนั้น เธอจงแสดงธรรมแก่ตถาคตก่อน ด้วยการที่จะเห็นสาวก เหมือนอย่างเธอ จะไม่มีต่อไปแล้ว”
พระโมคคัลานะ รับพระพุทธบัญชาแล้ว ได้ทำปาฏิหาริย์ เหาะขึ้นไปในอากาศ โดยอาการเช่นเดียวกับพระสารีบุตร ครั้นแสดงธรรมแล้ว ลงมาจากอากาศถวายอภิวาท ทูลลาพระบรมศาสดา ไปยังกาฬศิลาประเทศ ปรินิพพานในที่นั้น ในวันสิ้นเดือน 12 หลังจากพระสารีบุตรปรินิพพาน 15 วัน
ในกาลนั้น เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ได้ไปสโมสรประชุมกัน ถวายสักการะบูชาสรีระศพ ของพระโมคคัลลานะ ด้วยดอกไม้ ธูป เทียน และไม้หอม อันวิจิตร นานัปประการ
พระพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระสาวกทั้งหลาย ได้เสด็จไปเป็นประธานจุดเพลิง ทำฌาปนกิจสรีระศพ ของพระโมคคัลลานะ ในท่ามกลางเทวดาและมนุษย์ ซึ่งได้พร้อมเพรียงกันมามากยิ่งนัก
ขณะนั้น ฝนดอกไม้ทิพย์ ได้ตกลงมาในบริเวณถวายเพลิง ของพระฌมคคัลลานะ ประมาณโยชน์หนึ่งโดยรอบ มหาชนได้มาประชุมสักการะศพ ของพระโมคคัลลานะถึง 7 วัน
พระผู้มีพระภาคเจ้า โปรดให้เก็บอัฏฐิธาตุ ของพระโมคคัลลานะ มาก่อเจดีย์บรรจุไว้ ที่ซุ้มประตูพระเชตวนาราม
|