เมื่อพระผู้มีพระภาค ตรัสพระโอวาทประทาน เป็นวาระสุดท้ายเพียงเท่านี้แล้ว ก็หยุด มิได้ตรัสอะไรอีกเลย ทรงทำปรินิพพานบริกรรม ด้วยอนุปุพพวิหารสมาบัติ ทั้ง 9 โดยอนุโลมเป็นลำดับ ดังนี้ คือ
- ทรงเข้าปฐมฌาน ออกจากปฐมฌาณแล้ว
- ทรงเข้าทุติยฌาน ออกจากทุติยฌานแล้ว
- ทรงเข้าตติยฌาน ออกจากตติยฌานแล้ว
- ทรงเข้าจตุตถฌาน ออกจากจตุตถฌานแล้ว
- ทรงเข้าอากาสานัญจายตนะ ออกจากอากาสานัญจายตนะแล้ว
- ทรงเข้าวิญญาณัญจายตนะ ออกจากวิญญาณัญจายตนะแล้ว
- ทรงเข้าอากิญจัญญายตนะ ออกจากอากิญจัญญายตนะแล้ว
- ทรงเข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะ ออกจากเนวสัญญานาสัญญายตนะแล้ว
- ทรงเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธ
สมาบัติที่ 9 สัญญาเวทยิตนิโรธนี้ มีอาการสงบที่สุด ถึงดับสัญญาและเวทนา ไม่รู้สึกทั้งกายทั้งใจทุกประการ แม้ลมหายใจเข้าออกก็หยุด สงบยิ่งกว่านอนหลับ ผู้ไม่คุ้นเคยกับสมาบัตินี้ อาจคิดเห็นไปว่าตายแล้ว
ดังนั้น พระอานนท์เถระเจ้า ผู้นั่งเฝ้าดูพระอาการอยู่ตลอดเวลา ได้เกิดวิตกจิต คิดว่า พระบรมศาสดาคงจะเสด็จนิพพานแล้ว จึงได้เรียนถามพระอนุรุทธเถระ ผู้เชี่ยวชาญในสมาบัตินี้ว่า
“ข้าแต่ท่านอนุรุทธ พระบรมศาสดา เสด็จนิพพานแล้วหรือยัง?”
พระอนุรุทธบอกว่า
“ยัง ท่านอานนท์ ขณะนี้พระบรมศาสดา กำลังเสด็จอยู่ในสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ”
ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จอยู่ในสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ตามเวลาที่พระองค์ทรงกำหนดแล้ว ก็เสด็จออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ เข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะ ออกจากเนวสัญญานาสัญญายตนะ ถอยออกจากสมาบัตินั้นโดยปฏิโลมเป็นลำดับจงถึงปฐมฌาน
ต่อนั้นก็ออกจากปฐมฌานแล้ว ทรงเข้าทุติยฌาน ออกจากทุติยฌานแล้ว ทรงเข้าตติยฌาน
ออกจากตติยฌานแล้ว ทรงเข้าจตุตถฌาน เมื่อออกจากจตุตถฌานแล้ว ก็เสด็จปรินิพพาน ณ ปัจฉิมยามแห่งราตรีวิสาขะปุรณมี เพ็ญเดือน 6 มหามงคลสมัย ด้วยประการฉะนี้
ครั้นพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จปรินิพพานแล้ว ก็บังเกิดมหัศจรรย์ แผ่นดินไหว กลองทิพย์ก็บันลือลั่น กึกก้องด้วยเสียงสนั่นในนภากาศ เป็นมหาโกลาหล ในปัจฉิมกาล พร้อมกับขณะเวลาปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นที่พึ่งของโลก
|