
หนึ่งในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของเมืองไทย ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่งก็คือ “หลวงพ่อพระใส” พระพุทธรูปสำคัญคู่เมือง ประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.หนองคาย เป็นพุทธลักษณะปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ หล่อด้วยทองสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 81 ซ.ม. สูงจากฐานล่างถึงยอดเกศ 2.25 เมตร
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานไว้ในหนังสือ “ประวัติพระพุทธรูปสำคัญ” ซึ่งพิมพ์แจกในงานทอดกฐินพระราช ทาน พ.ศ.2468 ว่า หลวงพ่อพระใส เป็นพระ พุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง และตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า พระธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้าง บางท่านก็ว่าเป็นพระราชธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนามพระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง พระใสประจำน้องสุดท้อง มีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ
เดิมนั้นหลวงพ่อพระใสได้ประดิษฐาน ณ เมืองเวียงจันทน์ พ.ศ.2321 สมัยกรุงธนบุรีได้อัญเชิญไปไว้ที่เมืองเวียงคำ และถูกเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดโพนชัย เมืองเวียงจันทน์อีก

ต่อมาในรัชกาลที่ 3 เจ้าอนุวงศ์ เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฏ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิ์พลเสพย์ เป็นจอมทัพยกพลมาปราบ จึงได้อัญเชิญ พระเสริม พระสุก และพระใส ลงมาด้วย โดยอัญเชิญมาจากภูเขาควายขึ้นประดิษฐานบนแพไม้ไผ่ ซึ่งผูกติดกันอย่างมั่นคงล่องมาตามลำน้ำงึม เมื่อล่องมาถึงตรงบ้านเวินแท่นในขณะนั้น เกิดอัศจรรย์แท่นของพระสุกได้เกิดแหกแพจมลงไปในน้ำ โดยเหตุที่มีพายุพัดแรงจัด และบริเวณนั้นได้นามว่า “เวินแท่น”
การ ล่องแพก็ยังล่องมาตามลำดับจนถึงน้ำโขง (ปากน้ำงึม) เฉียงกับบ้านหนองกุ้ง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ได้เกิดพายุใหญ่ เสียงฟ้าคำรามคะนองร้องลั่น ในที่สุดพระสุกได้แหกแพจมลงไปในน้ำ ซึ่งอาการวิปริตต่างๆ ก็ได้หายไปเป็นอัศจรรย์ยิ่ง บริเวณนั้นจึงได้ชื่อว่า “เวินสุก” และพระสุกก็จมอยู่ในน้ำตรงนั้นมาจนถึงปัจจุบันนี้ ยังเหลือแต่พระเสริม พระใส ที่ได้นำขึ้นมาถึงเมืองหนองคาย พระเสริมนั้นได้ถูกอัญเชิญประดิษฐานไว้ ณ วัดโพธิ์ชัย ส่วนพระใสได้ อัญเชิญประดิษ ฐานไว้ ณ วัดหอก่อง (ปัจจุบันคือวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ) ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ขุนวรธานีและเจ้าเหม็น (ข้าหลวง) อัญเชิญพระเสริมไปกรุงเทพฯ และอัญเชิญพระใสจากวัดหอก่องขึ้นประดิษฐานบนเกวียนเพื่อลงไปกรุงเทพฯ ด้วย แต่พอมาถึงวัดโพธิ์ชัย ท่านได้แสดงปาฏิหาริย์จนเกวียนหัก จึงได้แต่พระเสริมลงกรุงเทพฯ ประดิษฐาน ณ วัดปทุมวนาราม ส่วนหลวงพ่อพระใสได้อัญเชิญประดิษฐาน ณ วัดโพธิ์ชัย จนถึงปัจจุบัน ซึ่งความอัศจรรย์ของหลวงพ่อพระใสในครั้งนั้นทำให้ได้สมญาว่า “หลวงพ่อเกวียนหัก”
หลวงพ่อพระใส ได้ถูกจำลองรูปแบบจัดสร้างเป็นพระเครื่องและวัตถุมงคลสืบต่อกันมาหลายรุ่น เนื่องจากบารมีความศักดิ์สิทธิ์ที่ประจักษ์แก่บรรดาผู้ที่เลื่อมใส โดยเฉพาะรุ่นแรกๆ จัดเป็นเหรียญพระพุทธที่มีมูลค่าการเช่าหาสูง และถูกบรรจุอยู่ในงานประกวดพระเครื่องทุกงาน ด้วยความศรัทธาที่มีมาอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด วัดโพธิ์ชัยได้จัดสร้างวัตถุมงคล “หลวงพ่อพระใส รุ่นบารมีพ่อ” ขึ้น เพื่อนำรายได้สมทบทุนโครงการต่างๆ ดังนี้ สร้างศาลาปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ, สร้างมณฑปประดิษฐานรูปเหมือนบูรพาจารย์, สร้างกุฏิสงฆ์เรือนไทยจัตุรมุข, สร้างพิพิธภัณฑ์ชั้นล่างพระอุโบสถ, สร้างสถานที่เก็บวัตถุมงคล และเก็บสังฆภัณฑ์, สมทบทุนมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ เพื่อการศึกษาวัดโพธิ์ชัย และสร้างสาธารณประโยชน์ต่างๆ
ทั้งนี้ ได้กำหนดประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก ในวันที่ 5-6 ก.ย. 2552 ณ พระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย โดยมีกำหนดการคือ วันเสาร์ที่ 5 ก.ย. เวลา 09.00 น. ลงทะเบียนบวชชีพราหมณ์ เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณร เวลา 15.19 น. หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ เป็นประธานจุดเทียนชัย พร้อมนั่งปรกอธิษฐานจิตร่วมกับพระเกจิอาจารย์ดัง อาทิ หลวงปู่เจือ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม, พระเทพภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรฯ กรุงเทพฯ, หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว จ.พระนครศรีอยุธยา, หลวงพ่อขาว วัดสาวชะโงก จ.ฉะเชิงเทรา, หลวงพ่อป่วน วัดบรรหารแจ่มใส จ.สุพรรณบุรี, พระอาจารย์ไพรินทร์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก เป็นต้น วันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. เวลา 04.19 น. ดับเทียนชัยโดย หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว หลังจากนั้นเวลา 04.49 น. จะมีการแจก “พระใสยอดธงสามกษัตริย์” เป็นที่ระลึก
รูปแบบวัตถุมงคลที่จัดสร้างในครั้งนี้มีทั้งพระบูชา, เหรียญรูปเหมือน, รูปหล่อลอยองค์, พระเนื้อผง, เหรียญลงยา พุทธศาสนิกชนและผู้ที่สนใจเข้าร่วมพิธีและร่วมบุญบูชาติดต่อสอบถามราย ละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดโพธิ์ชัย โทร.0-4246-0938, 0-4241-1128, 08-1975-3751, 08-9571-4973
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/
|