พระร่วงยืน กรุศาลาขาว หรือ พระร่วงยืน กรุสวนแตง จังหวัดสุพรรณบุรี ถือเป็น พระกรุที่คนนิยมเช่าบูชาอันดับต้น ๆ ของเมืองสุพรรณบุรี มาช้านานแล้ว
คำว่า กรุศาลาขาว หรือ กรุสวนแตง ทั้ง 2 ชื่อนี้ เป็นพระกรุเดียวกัน เพราะว่า พระกรุนี้ ขุดพบในเขตอำเภอสวนแตง จังหวัดสุพรรณบุรี จึงเอาชื่ออำเภอ มาเรียกเป็นชื่อกรุพระว่า พระกรุสวนแตง
ส่วนที่เรียกว่า พระกรุศาลาขาว นั้น เป็นการเรียกชื่อตามหมู่บ้าน ที่ขุดพบพระร่วงยืนนี้ คือ บ้านศาลาขาว
แม้ว่าพระร่วงยืน กรุศาลาขาว จังหวัดสุพรรณบุรี จะหย่อนความงามอลังการ และความละเอียดประณีต ในการพิมพ์ทรงองค์พระ ที่ไม่อาจเทียบเท่า พระร่วงหลังรางปืน จังหวัดสุโขทัย และพระร่วงหลังลายผ้า จังหวัดลพบุรี แต่ก็เป็นที่ยอมรับนับถือ จัดอันดับให้อยู่ ในทำเนียบพระยอดนิยม ประเภทพระเนื้อชิน ด้วยเช่นกัน
พระร่วงยืน กรุศาลาขาว นี้ ขุดพบเมื่อ พ.ศ. 2532 เป็น พระร่วงยืนประทานพร เนื้อชินตะกั่วสนิมแดงล้วน เป็นพระสนิมแดงเข้มจัด มีไขขาวหนาเข้มคลุมทั่วองค์พระ และมีขี้กรุคลุมบาง ๆ ทำให้มองเห็นเนื้อองค์พระได้ชัดเจน
พระร่วงยืน กรุศาลาขาว จังหวัดสุพรรณบุรี แบ่งตามลักษณะที่พบ ได้หลายพิมพ์ คือ
1.) พระร่วงยืน พิมพ์ใหญ่ คล้ายกับ พระร่วงหลังลายผ้า เมืองลพบุรี
2.) พระร่วงยืน พิมพ์หลังร่อง คล้ายกับ พระร่วงหลังรางปืน เมืองสุโขทัย
3.) พระร่วงยืน พิมพ์ตัดชิด หลังกาบหมาก
พระร่วงยืน กรุศาลาขาว ทั้ง 3 พิมพ์นั้น เป็นศิลปะแบบลพบุรี แต่เป็นพระที่สร้างต่างยุคกัน ลักษณะของเนื้อพระ สนิมไข และแบบพิมพ์ บ่งชี้ได้ว่า สร้างภายหลังสมัยลพบุรี และสมัยสุโขทัย ที่เป็นต้นแบบ ของพระร่วงยืนประทานพร
พระร่วงยืน กรุศาลาขาว พิมพ์ใหญ่ จะแตกต่างกับ พระร่วงยืนหลังลายผ้า เมืองลพบุรี ตรงที่ ขอบองค์พระ ข้างบนทั้งสองด้าน ตรงบริเวณเหนือไหล่องค์พระ จะเป็นมุมขยักเว้าเข้าเล็กน้อย พระร่วงยืนบางองค์ ก็เว้าเข้าไปลึกมาก
บริเวณพื้นผนังองค์พระด้านข้างเศียร ไม่มีซุ้มลายกนกรอบเศียร เหมือนกับ พระร่วงหลังลายผ้า เมืองลพบุรี และ พระร่วงหลังรางปืน เมืองสุโขทัย
และที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน กับพระร่วงกรุอื่น ๆ คือ พระร่วงยืน กรุศาลาขาว จะปรากฏให้เห็น 2 ลักษณะ คือ
1.) พื้นบริเวณผนังองค์พระ ข้างพระบาทซ้ายขวา จะถูกตัดเป็น รอยหยักเว้า เข้าไปในองค์พระ ที่เรียกกันว่า พิมพ์ตัดชิด ดูคล้ายกับลักษณะของ ตีนเป็ด อันเป็นที่มาของพระพิมพ์นี้ ที่นิยมเรียกกันว่า พระร่วงตีนเป็ด
2.) พื้นบริเวณผนังองค์พระ ข้างพระบาทซ้ายขวา เป็นปกติ ไม่มีร่องรอย ของการถูกตัดหยักเว้า แต่มีลักษณะพิเศษอีกจุดหนึ่ง ของการแกะแบบแม่พิมพ์เดิม คือ ด้านหน้าจะมีรอยบากให้เป็นระดับต่ำกว่า แลดูเป็นมิติ แบบชั้นสูงต่ำระหว่าง ขอบล่างพระบาทของฐานพระ ไม่เรียบเสมอกัน เหมือนพระบาททั้ง 2 ประทับนูนสูง ยื่นล้ำออกมาด้านหน้า
พระพักตร์ของพระร่วงยืน กรุศาลาขาว เป็นแบบหน้าเสี้ยมแหลม ดูอ่อนโยน เหมือนมีรอยยิ้มเล็กน้อย ไม่แสดงอารมณ์เคร่งเครียด
เศียรของพระร่วงยืน กรุศาลาขาว สวมมงกุฎทรงเทริด เป็นกรอบยกขอบสูง และไม่ปรากฏใบหูทั้ง 2 ข้างเลย
โครงสร้างองค์พระร่วงยืน กรุศาลาขาว เป็นแบบเดียวกับ พระร่วงหลังลายผ้า เมืองลพบุรี แต่จะดูตื้นกว่า มีเส้นประคดเอว กลีบพระภูษา และส่วนอื่น ๆ ปรากฏ ลักษณะเป็นเส้นนูนกลมกลืน และสวยงามได้สัดส่วน เส้นชายจีวรพาดผ่าน จากข้อศอก แขนขวา ยาวลงมาเป็นเส้นขนานกับ ขอบข้างขององค์พระ
ด้านหลังขององค์พระร่วงยืน กรุศาลาขาว ทั้ง 3 พิมพ์ จะปรากฏให้เห็นทั้งแบบ หลังกาบหมาก หลังร่อง และหลังลายผ้า
พระร่วงยืน กรุศาลาขาว พิมพ์ใหญ่ แบบหลังลายผ้า ส่วนใหญ่ด้านหน้าจะมีรายละเอียด เช่นเดียวกับพระร่วงยืน หลังลายผ้า เมืองลพบุรี และหลังรางปืน เมืองสุโขทัย
พระร่วงยืนหลังร่อง กรุศาลาขาว บางท่านมักจะเรียกว่า พระร่วงหลังรางปืน เมืองสุโขทัย ซึ่งไม่น่าถูกต้องนัก ควรเรียกว่า หลังร่อง จะตรงกับลักษณะมากกว่า
ความแตกต่าง ระหว่าง พระร่วงยืน หลังรางปืน เมืองสุโขทัย กับพระร่วงยืน หลังร่อง เมืองสุพรรณบุรี มี 2 ลักษณะ คือ
1.) พระร่วงยืน หลังรางปืน เมืองสุโขทัย ลักษณะของการเกิดร่อง หรือรางปืนนั้น เป็นร่องตั้งแต่ ขอบล่างสุดขององค์พระ ขึ้นมาสิ้นสุดบริเวณตรงข้ามกับ เศียรขององค์พระด้านหน้า
ส่วน พระร่วงยืน หลังร่อง เมืองสุพรรณบุรี ลักษณะการเกิดของร่อง จะเกิดบริเวณกลางองค์พระด้านหลัง ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่อง เลยไปถึงขอบล่างเหมือน พระร่วงยืน หลังรางปืน เมืองสุโขทัย
2.) ด้านหลังของ พระร่วงยืน หลังรางปืน เมืองสุโขทัย รวมทั้งในร่อง ยังปรากฏเส้นกาบหมาก ทั้งในแนวดิ่ง และแนวขวาง หลายจุดหลายเส้นด้วยกัน
ส่วน พระร่วงยืน หลังร่อง เมืองสุพรรณบุรี ไม่มีเส้นกาบหมากแม้แต่เส้นเดียว
ขนาดองค์พระร่วงยืน กรุศาลาขาว มีขนาดย่อมกว่า เมื่อเทียบกับ พระร่วงยืน หลังลายผ้า เมืองลพบุรี และ พระร่วง หลังรางปืน เมืองสุโขทัย คือ กว้างประมาณ 2.2 เซนติเมตร สูง 7 เซนติเมตร
พุทธคุณของพระร่วงยืน กรุศาลาขาว นั้น มีหลายด้าน เช่น คงกระพันชาตรี มหาอุตม์ และมหาอำนาจบารมี นับเป็นสุดยอดพระเนื้อสนิมแดง อีกกรุหนึ่ง ของเมืองสุพรรณบุรี
|
กรุศาลาขาว จุดของกรุ อยู่ในหมู่บ้าน หนองหัวตาล หมู่4 ต.ศาลาขาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ครับ แถวบ้านผมเอง
ตอนนั้น พ่อผมเป็นผู้ใหญ่บ้าน เลยได้มา2องค์ แต่เหลือองค์เดียวอยู่กับผม แต่สภาพไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ตรงเท้าจะบิ่นๆ ซ่อมได้ไหมครับ