พระพุทธรูปปางสมาธิ เป็นชื่อเรียก พระพุทธรูปลักษณะนั่งสมาธิ นั่งลำพระองค์ตั้งตรง พระบาททั้งสองซ้อนกัน โดยพระบาทขวาซ้อนทับอยู่บนพระบาทซ้าย พระหัตถ์ทั้งสองวางซ้อนหงายกันบนตัก โดยวางพระหัตถ์ขวา ซ้อนหงายอยู่บนพระหัตถ์ซ้าย จัดเป็น ปฐมปาง หรือปางที่ให้กำเนิดพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยพระองค์ทรงอยู่ในอิริยาบถนี้ ในคืนวันตรัสรู้ เรียกได้อีกอย่างว่า พระพุทธรูปปางตรัสรู้ หรือเป็นพระพุทธรูป ในอิริยาบถประทับนั่งสมาธิ โดยใช้ข้อพระบาททั้งสองข้างขัดกัน ซึ่งเรียกว่า พระพุทธรูปปางขัดสมาธิเพชร
สำหรับประวัติความเป็นมานั้น ความว่า เป็นท่านั่งสมาธิ หลังจากพระพุทธเจ้า ทรงกำจัดพระยามาร และเสนามารให้ปราชัยไปแล้ว ด้วยพระบารมี ตั้งแต่เวลาเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก (เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย) ทรงเจริญสมาธิภาวนาด้วยท่านั่งสมาธินี้ จนทำจิตให้ปราศจากอุปกิเลส บรรลุปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน ซึ่งเป็นส่วนของรูปสมาบัติ ที่เรียกว่า เข้าฌานสมาบัติ
หลังจากนั้น ก็ใช้ฌานสมาธิที่แน่วแน่นั้น เจริญปัญญา หรือองค์วิปัสสนา จนได้บรรลุญาณ ที่เรียกว่า อภิญญาญาณ ทั้ง 3 ประการ คือ
1.) ทรงบรรลุญาณที่หนึ่ง ในตอนปฐมยาม หรือประมาณ 3 ทุ่ม ญาณนี้เรียกว่า บุพเพนิวาสานุสติญาณ หมายถึง ความรู้แจ้ง ถึงอดีตชาติหนหลัง ทั้งของตนและของคนอื่น
2.) มัชฌิมยาม หรือ ประมาณเที่ยงคืน ก็ได้บรรลุญาณที่สอง ที่เรียกว่า จุตูปปาตญาณ หมายถึง ความรู้แจ้งถึงความจุติ คือ ดับและเกิดของสัตว์โลก ตลอดจนถึงความต่างกันที่เรียกว่า กรรม
3.) ปัจฉิมยาม หรือหลังเที่ยงคืนล่วงแล้ว ทรงบรรลุญาณที่สาม คือ อาสวักขยญาณ หมายถึง ความรู้แจ้งถึงความสิ้นไปของกิเลส และอริยสัจ 4 คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค และกำจัดอวิชชา ไปจนสิ้นจากกมลสันดาน
ด้านความเชื่อและคตินิยมนั้น พระพุทธรูปปางสมาธิ เป็นพระพุทธรูปประจำวันเกิดของคนเกิดวันพฤหัสบดี
|