
จังหวัดปทุมธานี หรือ “เมืองสามโคก” เป็นดินแดนแห่งอารยธรรมไทยรามัญ มีวัดวาอารามจำนวนมาก ดั่งเช่น วัดอัมพุวราราม ต.บ้านงิ้ว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่บรรจุไว้ในเส้นทาง “ทัวร์วัด-ไหว้พระ” เมืองปทุมธานี
ตามประวัติสร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 เป็นวัดของทหารชาวรามัญที่มาช่วยรบในสมัยสงคราม 9 ทัพ เมื่อชนะศัตรูแล้วโปรดให้ มาดูแลพระนครด้านทิศเหนือ กลุ่มใหญ่ อีกกลุ่มไปอยู่ที่นครเขื่อนขันธ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ชาวรามัญจึงได้สร้างวัด ขึ้น พร้อมกับอีกหลายๆ วัดในเขตจังหวัดนนทบุรี, ปทุมธานี อำเภอสามโคก เมื่อครั้งรัชกาลที่ 2 เสด็จประพาสเมืองสามโคก ชาวรามัญชาวเมืองได้มีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จ แล้วทูลเกล้าฯ ถวายดอกบัวเป็นจำนวนมาก อดีตเจ้าอาวาสที่ปกครองดูแลวัดคือ 1.พระอธิการทองลอย 2.พระอธิการเทิก 3.พระครูวิสุทธิกัลยาณธรรม(ดอกพุฒิ) 4.พระอธิการสะอาด กันตสีโล 5.พระครูวิสุทธิกัลยาณคุณ และ 6.พระครูวิสุทธิกิตติคุณ (สมชาย กิตติสาโร) รูปปัจจุบัน
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดที่ชาวบ้านเลื่อมใสศรัทธา มักมาบนบานศาลกล่าวขอพรให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชีวิตครอบครัว และโชคลาภสมหวังไปทุกราย นั่นก็คือ “พระพุทธรูปหลวงพ่อโต” ขนาดหน้าตัก 49 นิ้ว ปางมารวิชัย ประดิษฐานภายในวิหารหลังเล็ก หลวงพ่อพระพุทธชินราชจำลอง ขนาดหน้าตัก 109 นิ้ว ประดิษฐานบนอุโบสถเฉลิมพระเกียรติชั้นบน และรูปเหมือนเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์มาก นอกจากนี้ ยังมีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ และพระวิหารหลวงปู่โต ซึ่งภายในประดิษฐานสมเด็จเกศทะลุซุ้มองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งปัจจุบันกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่
วัดนี้เริ่มพัฒนาอย่างจริงจังเมื่อปี พ.ศ.2538 สมัยพระครูวิสุทธิกัลยาณคุณ (หลวงพ่อเสริม สุกกธัมโม) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้สร้างอุโบสถเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ด้วยงบประมาณ 50 ล้านบาท แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จ ท่านก็ละสังขารไปก่อน มรดกธรรมชิ้นนี้ถูกสานต่อโดย “พระครูวิสุทธิกิตติคุณ” (หลวงพ่อสมชาย กิตติสาโร) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ซึ่งท่านเป็นพระนักพัฒนาอีกรูปหนึ่งซึ่งมีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการดึงเด็ก เยาวชน โรงเรียน ผู้ปกครองเข้ามาพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม จนเกิดโครงการดีๆ มากมาย อาทิ โครง การบรรพชาอุปสม บทต้านภัยยาเสพติด, โครงการอบรมธรรมะเยาวชน, โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่ของพี่น้องชาวมอญ เช่น แห่หงส์ ธงตะขาบ เทศกาลข้าวแช่รามัญ ฯลฯ
สำหรับอุโบสถเฉลิมพระเกียรติสร้าง เป็นรูปแบบทรงไทยจัตุรมุข 2 ชั้น โดยกว่าจะมาเป็นโบสถ์ที่งดงามทรงคุณค่าอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ต้องผ่านร้อนผ่านหนาวผ่านฝน ผ่านความลำบากลำบนหนักเหนื่อยเป็นเวลากว่า 10 ปี ไม่ว่าจะภัยธรรมชาติอย่างน้ำท่วม งบประมาณหมด วัสดุอุปกรณ์ราคาแพง ฯลฯ แต่ด้วยความอดทน มุมานะบากบั่น และเลือดนักสู้ของ “หลวงพ่อสมชาย” ท่านได้ฝ่าวิกฤตการณ์ต่างๆ มาจนอุโบสถหลังนี้ใหญ่โตโอ่อ่าสวยงาม มีความสมบูรณ์พร้อมสรรพสำหรับเป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจในทางสังฆกรรมพิธี และเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมสำหรับประชาชน เด็กเยาวชนอีกหลายโรงเรียน โดยปีหนึ่งๆ จะมีเด็กนักเรียนจำนวนหลายพันคนมาใช้สถานที่แห่งนี้ ในการฟังธรรม ปฏิบัติธรรม และกิจกรรมอบรมต่างๆ ซึ่งอุโบสถหลังนี้เป็นอุโบสถเปิด หมายความว่า เปิดใช้ทุกวันไม่มีวันหยุด ซึ่งทางวัดจะจัดโครงการฉลองอุโบสถเฉลิมพระเกียรติฯ หลังนี้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นงานพิธีสำคัญที่สุด เพราะอุโบสถหลังนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาในพระรัตนตรัย และความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นสถานที่แห่งการสร้างบารมีธรรมของพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ให้เข้าถึงคุณงามความดี อันเป็นเหตุ เป็นปัจจัยให้ถึงที่สุดแห่งธรรมตามแนวทางพระพุทธศาสนา
ทั้งนี้ หนึ่งในงานสำคัญประจำปีก็คือ งานกฐินสามัคคี ซึ่งในปีพ.ศ.2552 เป็นที่น่ายินดีและปลาบปลื้มใจอย่างยิ่ง เมื่อทางวัดอัมพุวรารามได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงพระกรุณาประทานผ้าพระกฐินทอดถวาย ณ วัดอัมพุวราราม ในวันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 52 เวลา 10.00 น. เพื่อนำรายได้ร่วมอนุโมทนาในการสมทบทุนสร้างอุโบสถเฉลิมพระเกียรติ และพระวิหารหลวงพ่อโต
ส่วนในภาคบ่าย เวลา 14.09 น. จะมีพิธีเททองหล่อพระพุทธโสธร(จำลอง) พระพุทธมงคลสยาม และเททองหล่อระฆังเนื้อขันลงหินจำนวน 9 ใบ โดยพระธรรมคุณาภรณ์ (ป.ธ.9) เจ้าคณะภาค 14 เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรุงเทพฯ เป็นองค์ประธาน ในมงคลโอกาสนี้ จึงขอเชิญศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลายร่วมเป็นเจ้าภาพบุญใหญ่ครั้งนี้
ติดต่อสอบถามและแจ้งความประสงค์ได้ที่ โทร.0-2979-8099, 08-1833-3037 หรือเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.watumpu.org
ที่มา : http://www.khaosod.co.th
|