
ในปีพุทธศักราช 2439 (ร.ศ.112) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราช ทานพระบรมราชานุญาตให้ตั้งวิทยาลัยขึ้นในวัดบวรนิเวศวิหาร พระราชทานนามว่า มหามกุฏราชวิทยาลัย เพื่อเป็นที่เล่าเรียนศึกษาพระปริยัติธรรมของภิกษุสามเณรในคณะธรรมยุติก นิกาย โดยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส เจ้าคณะใหม่ฝ่ายธรรมยุติกนิกายเป็นประธาน ทรงแบ่งวิทยาลัยเป็น 2 แผนก คือ ส่วนวิทยาลัยใช้เป็นที่เล่าเรียนพระปริยัติธรรมชั้นสูง และจัดตั้งโรงเรียนสอนหนังสือไทยตามอารามต่างๆ
โรงเรียนหนังสือ ไทยวัดบวรนิเวศได้เปิดสอนพร้อมกันกับการเปิดสอนของมหามกุฏราชวิทยาลัย ในวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงครองราชสมบัติบรรจบ ครบ 25 ปีบริบูรณ์ มีนักเรียน 20 คน โดยมีสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ทรงเป็นผู้จัดวางรากฐานการศึกษาให้กับโรงเรียนเป็นพระองค์แรก และได้แจ้งความกระทรวงธรรมการแผนกศึกษาธิการ เป็นทางการเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ร.ศ.112 ซึ่งถือเป็นวันสถาปนาโรงเรียน
สำหรับสถานที่ เรียนในตอนแรกๆ นักเรียนยังมีไม่มากก็เปิดสอนที่ตึกชื่อ “หอสหจร” ภายหลังได้ย้ายไปเรียนที่ศาลาฤๅษี บริเวณพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร กับตึกมหามกุฏราชวิทยาลัย ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงรวมวัดรังษีสุทธาวาส ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับวัดบวรนิเวศวิหารให้เป็นวัดเดียวกัน และทรงแบ่งอาณาเขตในส่วนที่เคยเป็นของวัดรังษีสุทธาวาสให้เป็นสนามส่วนหนึ่ง และเป็นสถานที่ศึกษาส่วนหนึ่ง กับเป็นที่อยู่ของพระภิกษุสงฆ์ส่วนหนึ่ง

ปี พ.ศ.2459 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงอรพินทุ์เพ็ญภาค พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเจ้าจอมมารดาหม่อมราชวงหญิงย้อย อิศรางกูร ธิดาในหม่อมเจ้าโสภณ ซึ่งเป็นพระโอรสของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศรานุรักษ์ ต้นราชสกุลอิศรางกูร ณ อยุธยา ได้มีพระราชศรัทธา พระองค์ได้ประทานทุนจัดสร้างตึกชั้นเดียวขึ้นหนึ่งหลัง กว้าง 28 เมตร ยาว 28.50 เมตร มีห้องเรียนจำนวน 7 ห้อง เพื่อใช้เป็นที่ศึกษาของโรงเรียนวัดบวรนิเวศ ตึกหลังนี้มีชื่อว่า ตึกอรพินทุ์
ใน ปี พ.ศ.2461 พระยาศรีบัญชา เจ้าของโรงพิมพ์บำรุงกูลกิจ ได้ศรัทธา ได้สร้างตึกชั้นเดียวอีกหนึ่งหลังชื่อ ดำรงธรรมี กว้าง 25 เมตร ยาว 25 เมตร มี 6 ห้องเรียน
และในปี พ.ศ.2466 ได้ก่อสร้างตึกมนุษยนาควิทยาทาน โดยใช้เงินทุนที่เรี่ยไรจากคณะสงฆ์วัดต่างๆ ทั่วราชอาณาจักร รวมทั้งทุนของพระประยูรญาติและศิษยานุศิษย์ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นองค์ประธาน และทรงมีพระราชดำรัสตอบในการเสด็จฯ เปิดตึก และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราช ทานนามตึกตามพระนามเดิมของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์ ต่อมาได้มีการซ่อมแซมทาสีใหม่เพื่อใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ของวัดบวรนิเวศวิหาร
พ. ศ.2506 ตึกวชิรญาณวงศ์ได้ก่อสร้างขึ้นมาในบริเวณที่ตั้งของตึกอรพินทุ์และตึกดำรงธร รมี เนื่องจากตึกทั้งสองนี้ได้ใช้เป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนมานานเกือบ 50 ปี ที่มีสภาพเก่าและทรุดโทรมมากไม่ปลอดภัยที่จะใช้เป็นอาคารเรียนต่อไป จึงได้รื้อตึกทั้งสองและก่อสร้างอาคารหลังใหม่เป็นอาคารเรียน 4 ชั้น ขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 90 เมตร แทนขึ้นมาใหม่ ชั้นล่างปล่อยโล่งเป็นห้องประชุมและโรงอาหาร ซึ่งเป็นอาคารเรียนขนาด 40 ห้องเรียน อาคารหลังนี้สร้างด้วยเงินงบประมาณจำนวน 4,800,000 บาท ทางวัดได้กรุณาจัดหาเงินสมทบให้อีก 240,000 บาท อาคารหลังนี้ได้ขอพระบรมราชานุญาตใช้ชื่อว่า วชิรญาณวงศ์ ตามพระนามของ สมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระองค์ผู้เป็นครูองค์แรกของโรงเรียนและได้ทรงอุปถัมภ์ โรงเรียนมาตลอดพระชนมายุของพระองค์
อาคาร วชิรญาณวงศ์นี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ทรงประกอบพิธีเปิดป้ายอาคารเรียนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2507
ตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนวัดบวรนิเวศ จ.ป.ร. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานให้กับโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2528 ความเป็นมาแห่งเครื่องหมายโรงเรียน พระปรมาภิไธยย่อ จ.ป.ร. หมายถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพราะพระองค์ได้เสด็จฯ ประทับวัดนี้ขณะเป็นสามเณร และยังทรงทะนุบำรุงวัดบวรนิเวศต่อมาตลอดรัชกาล ส่วนพื้นจ.ป.ร.ใช้สีน้ำเงิน เพราะสี น้ำเงินเป็นสีของพระมหากษัตริย์
จุลมงกุฎ หมายถึงว่าขณะทรงผนวชนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงพระเยาว์ ยังมิได้ทรงเป็นกษัตริย์
พญา นาค หมายถึง สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เจ้าอาวาสผู้ประทานอนุญาตให้สร้างโรงเรียนขึ้นในที่ของวัดบวรนิเวศวิหาร สมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ามนุษนาคมานพ
สี เหลือง ที่เป็นพื้นชื่อโรงเรียน หมายถึงศาสนา รูปลักษณ์ของตรานี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของความเกี่ยวพันกันระหว่างกษัตริย์ ศาสนา และการศึกษา อันเป็นเบื้องต้นของการศึกษาไทย
นายธวัชชัย ชัยเพชระกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ในวโรกาสที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศสถาปนาครบ 115 ปีในปีพุทธศักราช 2551 เพื่อระลึกถึงพระมหา กรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โรงเรียนวัดบวรนิเวศเห็นสมควรให้จัดสร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขนาดความสูง 2 เมตร หล่อด้วยโลหะทองเหลือง รมดำ แบบประทับยืนทรงเครื่องจอมทัพไทย พระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ (กระบี่) พระ หัตถ์ขวาทรงคทาช้างสามเศียรประจำพระองค์ เพื่อประดิษฐาน ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ บริเวณด้านหน้าอาคารวชิรญาณวงศ์ โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ วระอิษวาส อาจารย์ประจำภาควิชาประติมากรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ศิษย์เก่าโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เป็นประติมากรลงมือปั้นหล่อพระรูปดังกล่าว
ใน การดำเนินการได้จัดสร้างเสร็จเรียบร้อย โรงเรียนวัดบวรนิเวศได้จัดทำพิธีเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2552 ซึ่งเป็นวันสถาปนาครบ 116 ปีโรงเรียนวัดบวรนิเวศ
เวลา 10.00 น. พระพรหมมุนี รองเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ประธานในพิธีและพระภิกษุสงฆ์ 9 รูป เดินทางมาถึงโรงเรียน ทำพิธีทักษิณานุประทานบำเพ็ญกุศลถวายผู้มีพระคุณต่อโรง เรียน พระภิกษุสงฆ์ 9 รูป เจริญพระพุทธมนต์ และเวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ และถวายปัจจัยไทยทาน เวลา 13.19 น. พิธีบูชาฤกษ์ โดยพราหมณ์ปาฏิหาริย์ สยมภพ
เวลา 13.55 น. สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม จุดธูปเทียนบูชาพระบรมรูปสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ณ ศาลาจัตุรมุขวชิรญาณวงศ์
นายธวัชชัยถวาย ธูปเทียนแพสมเด็จพระมหาธีราจารย์ และกราบนิมนต์สม เด็จพระมหาธีราจารย์ เปิดพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสม เด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระสงฆ์ 10 รูปเจริญพระพุทธมนต์ และแขกผู้มีเกียรติถวายพวงมาลา พระบรมรูปรัชกาลที่ 5
ในการเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในครั้งนี้ ทางโรง เรียนวัดบวรนิเวศได้จัดทำเหรียญที่ระลึก เป็นเหรียญครึ่งพระองค์ มีเหรียญทองคำ เหรียญเงิน เหรียญเนื้อนวโลหะ เหรียญอัลปาก้า และเหรียญทองแดง พร้อมกันนี้ยังได้ทำล็อกเกตรูปไข่ ครึ่งพระองค์ ฉากทอง ด้านหลังกะไหล่ทองลงยา และหนังสือองค์อุปถัมภ์ ให้ผู้ที่ร่วมงานได้จับจอง ที่โรงเรียนวัดบวรนิเวศ.
ที่มา : www.matichon.co.th
|