
วันจันทร์ที่ 2 พ.ย. 2552 นี้ ตรงกับ “วันลอยกระทง” ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญของชาวไทยมาแต่สมัยบรรพกาล เมื่อถึงวันนี้ผู้คนทั่วทุกภาคจะพากันลอยกระทงในแม่น้ำ ลำคลอง หนองบึงต่างๆ ด้วยความเชื่อที่ว่าเป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่แต่ละคนได้กระทำการอันไม่เหมาะสมลงไป ทั้งโดยเจตนา และไม่เจตนา
นอกจากนี้ ยังมีพิธีกรรมอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมกันมากคือ “พิธีอาบน้ำเพ็ญ” ซึ่งเป็นความเชื่อกันมาแต่โบราณว่า เป็นการอาบน้ำชำระบาป สาปส่งสิ่งที่ไม่ดี และขจัดสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายให้หายไปจากจิตใจและร่างกาย เพื่อเป็นการสร้างเสริมบารมีและสิริมงคลแก่ชีวิต ถือเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ของตนเองและครอบครัว จะทำกันในคืนวันพระจันทร์เต็มดวงของวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12
พิธีอาบน้ำเพ็ญ คือ พิธีอาบน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ในคืนพระจันทร์เพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) แต่เดิมนิยมประกอบพิธีในเดือน 3 ตรงกับวันมาฆบูชาของทุกๆ ปี ตามพิธีทางศาสนาพราหมณ์เรียกว่า “ศิวาราตรี” ต่อมามีการจัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 เพราะถือว่าเป็นวันที่สายน้ำทุกแห่งทั่วโลกมีความบริสุทธิ์ใสสะอาด ปีหนึ่งจะมีเพียงวันเดียวเท่านั้น
ผู้ที่เข้าพิธีอาบน้ำเพ็ญต่างมีคติความเชื่อสืบต่อกันมาว่า น้ำในวันนี้เกิดจากพลังเทพ ประทานพร น้ำทุกหยดมีเทพในภพในภูมิต่างๆ ประทับสถิตหรือสรงสนาน ประกอบกับน้ำทุกสายที่ไหลบ่ามาจากป่าเขาลำเนาไพร ล้วนไหลผ่านดงสมุนไพรนานาพันธุ์ สารพัดคุณสารพัดประโยชน์ที่สามารถช่วยบำบัด เยียวยารักษาโรคได้ทุกชนิด ทำให้ผู้ได้อาบและดื่มกินมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ผิวพรรณผ่องใส และอายุยืน
นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าคนที่เจ็บไข้ได้ป่วยจากโรคต่างๆ เมื่อได้อาบน้ำเพ็ญแล้วจะช่วยให้บรรเทาหรือหายจากอาการเจ็บป่วย ส่วนผู้ที่มีอาชีพหมอดู นักพยากรณ์ แพทย์แผนโบราณ จะทำให้มีความสามารถในการพยากรณ์ดีขึ้น หรือนักเรียนนักศึกษาต่างเชื่อว่า หากได้รับการอาบน้ำเพ็ญพร้อมกับตั้งอธิษฐานอยู่ในใจ จะทำให้เรียนเก่ง มีปฏิภาณไหวพริบ และความจำดี
พิธีกรรมนี้มีวัดวาอารามถือปฏิบัติ สืบต่อกันมา แต่เป็นการทำเฉพาะบางวัดเท่านั้น โดยประเพณีในการอาบน้ำเพ็ญ พระสงฆ์และฆราวาสจะมาร่วมพิธีกันที่ลานกลางแจ้งเพื่ออาบน้ำในตอนเที่ยงคืน โดยน้ำที่ใช้อาบนั้นจะต้องมีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ บางแห่งก็จะมีสายสิญจน์โยงสู่ภาชนะที่เก็บน้ำต่อเนื่องไปยังผู้เข้าร่วมพิธี ด้วยความเชื่อที่ว่า เพื่อให้มนต์และคาถาแผ่เมตตาเชื่อมโยงไปให้บังเกิดแต่สิ่งที่ดีๆ แก่บุคคลทั้งหมดนั้น
วัดตะเคียน ถ.พระราม 5 (นครอินทร์) ต.บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เป็นวัดหนึ่งซึ่งสืบสานประเพณีอาบน้ำเพ็ญนี้ โดยเริ่มครั้งแรกเมื่อวันลอยกระทงปี พ.ศ.2550 ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะมีญาติโยมให้ความศรัทธาอย่างมาก เนื่องจากเป็นพิธีกรรมที่มีโอกาสกระทำได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น ที่สำคัญยังไม่ค่อยมีการทำพิธีกรรมสำคัญนี้ตามวัดในย่าน จ.นนทบุรี
เทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2552 นี้ ทางวัดตะเคียนกำหนดจัดให้มีพิธีอาบน้ำเพ็ญเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสะเดาะเคราะห์ และเสริมบุญเสริมบารมี ให้แก่ญาติโยม เริ่มงานตั้งแต่เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป โดยจะมีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์บทนพเคราะห์ พระคาถามหามงคลต่างๆ ไปจนถึงพิธีอาบน้ำเพ็ญในเวลา 24.00 น.
สำหรับปีนี้เนื่องจากสุขภาพร่างกายของหลวงปู่แย้มไม่ค่อยแข็งแรงสมบูรณ์เพราะความชราภาพ
ทางวัดจึงอาราธนานิมนต์พระเกจิอาจารย์ที่เป็นสหธรรมิกของท่านมาทำพิธีปลุกเสกแทน อาจจะเป็น “หลวงปู่เก๋ วัดปากน้ำ” พระเถระอาวุโสสูงสุดของ จ.นนทบุรี โดยผู้เข้าร่วมพิธีจะได้รับมอบ “ตะกรุดจันทร์เพ็ญ” เป็นที่ระลึก ซึ่งตะกรุดนี้ผ่านการปลุกเสกตลอดไตรมาส 52 (มีจำนวนจำกัด) นอกจากนี้ ยังจัดให้มี “ตลาดน้ำกลางคืน” เป็นกรณีพิเศษ เพื่อเปิดโอกาสให้ญาติโยมได้ซื้อหาอาหารและพืชผักผลไม้ ผลิตภัณฑ์ภายในท้องถิ่นเมืองนนทบุรีกันอย่างจุใจ พร้อมร่วมบูชาเครื่องราง “เสือปืนแตกรุ่น 4”
สำหรับพุทธศาสนิกชนที่ประสงค์จะเข้าร่วม พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์นี้ สอบถามรายละเอียด และเส้นทางได้ที่พระอาจารย์สงบ กิตติญาโณ เจ้าพิธี โทร. 0-2595-1851, 08-1921-0946
งานนี้ทางวัดย้ำว่า ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ที่มา : http://www.khaosod.co.th
|