
“พระพรหมจริยาจารย์” เจ้าคณะใหญ่หนใต้ และเจ้าอาวาสวัดกะพังสุรินทร์ (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.ตรัง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 18 รับผิดชอบดูแลพื้นที่สงฆ์ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่รูปหนึ่งที่มีโอกาสได้สัมผัส และรับรู้ถึงสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ มาเป็นระยะเวลายาวนาน
พระคุณเจ้ามองสถานการณ์ชายแดนใต้อย่างไร
จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีต โดยเฉพาะตั้งแต่เมื่อปี 2547 มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในช่วงก่อนหน้านี้ ความรุนแรงจะมีลักษณะเกิดขึ้นบ้าง เป็นบางครั้งบางคราว แต่ปัจจุบันนี้ความรุนแรงกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาตมาก็ไม่ทราบมูลเหตุที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร เพราะแม้แต่กระทั่งพระสงฆ์ ครู หรือหญิงตั้งครรภ์ ก็ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต
ข่าวที่พระสงฆ์กลัวถึงขั้นไม่กล้าออก บิณฑบาต
ไม่ว่าสถานการณ์จะมีความรุนแรงขึ้นสักแค่ไหน แต่พระสงฆ์ที่อาศัยอยู่ตามวัดวาอารามต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่างก็มิได้รู้หวาดกลัวถึงกับไม่กล้าออกไปบิณฑบาตนอกวัด เพียงแต่ข่าวที่ถูกนำเสนอออกไปนั้นอาจจะทำให้เกิดความสับสน ซึ่งจริงๆ แล้วถือเป็นธรรมเนียมของชาวบ้านที่เลื่อมใสศรัทธาต่อพุทธศาสนา และได้ร่วมปฏิบัติกันมาตั้งแต่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ
โดยเฉพาะวัดที่ตั้งอยู่ชานเมืองหรือในชนบท ซึ่งจะมีพระสงฆ์เพียงไม่กี่รูป และการเดินทางไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยจะสะดวก ดังนั้น ชาวบ้านจึงได้ขอร้องให้พระสงฆ์ไม่ต้องออกไปบิณฑบาตนอกวัด และจัดเจ้าหน้าที่รับผิดชอบทำอาหารมาถวายวันละ 2-3 ครัวเรือน แต่สำหรับพระสงฆ์ที่มีวัดตั้งอยู่ในตัวเมืองนั้น ยังคงต้องออกไปบิณฑบาตตามปกติ และยึดถือว่าเป็นกิจหรือเป็นหน้าที่ที่พระสงฆ์ต้องปฏิบัติ ไม่ว่าจะมีสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นเพียงใดก็ตาม
มุมมองในการแก้ปัญหาของรัฐบาลชุดปัจจุบัน
โดยความเห็นส่วนตัวของอาตมานั้นมองว่า ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่า เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ที่ทรงให้นำมาปฏิบัติกันนั้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหน ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงตัวผู้ก่อการร้ายตัวจริงได้ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะยิงกัน ฟันแทงกัน หรือช่วงหลังๆ มาก็มีการกระทำแบบสงครามซึ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จะต้องมีหัวหน้า ต้องมีการสั่งการ และต้องมีอุดมการณ์ในการทำ เพียงแต่การปราบปรามยังเข้าไม่ถึงต้นตอที่แท้จริง ทำกันได้แค่ปลายๆ เหมือนกับการขี่ช้างไล่จับตั๊กแตน แต่ถ้าหากได้เจอกับต้นเหตุที่แท้จริงหรือผู้บงการ ก็ควรที่จะได้พูดคุย หรือแลกเปลี่ยนข้อตกลงกัน
ห่วงความรุนแรงจะเกิดขึ้นมากกว่านี้หรือไม่
ในอดีตชาวไทยพุทธ และชาวไทยมุสลิม ต่างพึ่งพาอาศัยกันเหมือนพี่เหมือนน้อง แต่ล่าสุดจากการที่ลงไปพบปะกับชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนไปมาก พี่น้องชาวไทยทั้ง 2 ศาสนาบอกว่า “เขา” ห้ามพูดกัน พอเจ้าหน้าที่ไปถามอะไร ก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ อาตมาจึงมีคำย้อนกลับไปว่า ทำไม และ “เขา” ในที่นี้คือใคร ถึงแม้ว่าขณะนี้การพัฒนาในด้านอื่นๆ จะอยู่ในระดับที่ดี ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง หรือความเป็นอยู่ของประชาชน ส่วนงบประมาณก็ได้มีการทุ่มเทลงไปมากพอสมควร แต่ควรจะมีการพัฒนาในด้านอื่นๆ ควบคู่กันไปด้วย
สิ่งไหนที่รัฐบาลจะต้องรีบเร่งแก้ไขโดยเร่งด่วน
การที่จะเข้าให้ถึงตัว “เขา” ได้นั้น แต่ “เขา” ในที่นี้คือใคร ก็ยังคงเป็นปริศนา และทำไมชาวบ้านเกิดความเกรงกลัว “เขา” ฉะนั้น สำหรับใครก็ตามที่เข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศชาติ เรื่องราวเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือได้ว่าเป็น “ตัวแม่บท” หรือเป็น “ข้อสอบ” แต่หากเหตุการณ์ยังไม่สงบ ถือว่ายังสอบไม่ผ่าน
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการทารุณทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ ครู หรือหญิงตั้งครรภ์ จนแทบจะกล่าวได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดกำลังกลายเป็น “สงคราม” แล้ว ซึ่งคำว่า “สงคราม” ย่อมไม่มีกติกา เหมือนดั่งที่ “หลวงวิจิตรวาทการ” เคยกล่าวเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ถ้าหากสามารถเข้าถึงตัว “เขา” ได้ เหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆ ก็น่าจะสงบลงได้ เพราะมีเพียงแค่ 3-4 จังหวัดเท่านั้น และยังไม่ลุกลามไปจังหวัดอื่นๆ
เจ้าประคุณ อยากจะฝากอะไรไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง
สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้ก็คือ องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุ การณ์ ซึ่งมาจากเรื่องของผลประโยชน์ต่างๆ โดยเฉพาะยาเสพติด ทางรัฐบาลจึงควรสกัดไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเข้าไป เพราะผู้ก่อการร้ายที่สามารถกระทำการรุนแรงอย่างนี้ได้ ส่วนใหญ่จะได้มีการเสพยาเสพติด ก่อนที่จะลงมือปฏิบัติการ อย่างเช่นเหตุการณ์ที่มีพระสงฆ์ถูกฆ่าตายในวัดหนึ่งที่จังหวัดปัตตานี พร้อมทั้งยังเผากุฏิ และทุบตีพระพุทธรูปต่างๆ ด้วย แสดงให้เห็นว่าผู้ก่อการร้ายต้องย้อมใจก่อน ถึงจะทำการอย่างนี้ได้ และสำหรับผู้ใดก็ตามที่ต้องการให้สถานการณ์เช่นนี้สงบลง ก็ควรตรวจสอบไปถึงเรื่องยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติด้วย.
ที่มา ซ http://www.khaosod.co.th/
|