
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดของพระธรรมวราภรณ์ อายุครบ 69 ปี บรรดาคณะศิษย์ผู้ใกล้ชิดและคณะสงฆ์วัดเครือวัลย์ ได้จัดงานมุทิตาสักการะอายุวัฒนมงคล 69 ปี ณ วัดเครือวัลย์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
พิธีเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้า พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลพระสงฆ์ ช่วงบ่ายสานุศิษย์ร่วมพิธีแสดงมุทิตาสักการะพระธรรมวราภรณ์
สำหรับ พระธรรมวราภรณ์ (มนตรี คณิส สโร) เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร แต่ภายหลังตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์ พระอารามหลวงได้ว่างลง เนื่องจากพระธรรมดิลก เจ้าอาวาสรูปเดิมได้มรณภาพ
สมเด็จ พระวันรัต ในฐานะผู้รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้เสนอขอแต่งตั้งพระธรรมวราภรณ์ ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่มีความรู้ความสามารถ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์ พระอารามหลวง เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 ที่ประชุมมหาเถรสมาคมพิจารณาเห็นชอบแต่งตั้งเรียบร้อยแล้ว
อีกทั้งในการประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2553 ยังได้มีการแต่งตั้งพระธรรมวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์วรวิหาร ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมรูปใหม่ แทนกรรมการมหาเถรสมาคมรูปเดิมที่ได้มรณภาพ
ปัจจุบันสิริอายุ 69 พรรษา 49 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์, กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะภาค 11 (ธรรมยุต)
อัตโนประวัติมีนามเดิมว่า มนตรี บุญถม เกิดวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2484 ตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเส็ง ณ ต.โคกสลุด อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี
บรรพชาเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2502 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพฯ โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสนมหาเถระ) วัดราชบพิธฯ ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์
อุปสมบท เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2504 ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสนมหาเถระ) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระธรรมศิริวัฒน์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
สอบได้นักธรรมชั้นเอก, เปรียญธรรม 5 ประ โยค, ศาสนศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหามงกุฏราชวิทยาลัย และอักษรศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย
พระธรรมวราภรณ์ สร้างคุณูปการไว้มากมาย โดยเฉพาะการพัฒนาวัดเครือวัลย์ ด้วยการบูรณะพระอาราม พร้อมทั้งปิดทองพระประธานในพระอุโบสถและปิดทองพระในพระวิหารรวม 12 องค์
ได้รื้อกุฏิพระสงฆ์ซึ่งเดิมเป็นอาคารไม้เก่าที่ทรุดโทรมมาก 2 หลัง แล้วได้ก่อสร้างใหม่เป็นอาคารตึก 2 ชั้น 1 หลัง มีห้องให้พำนักได้ 12 ห้อง และอาคารตึก 3 ชั้น 12 ห้อง เป็นอาคารใหญ่ ประกอบด้วยห้องน้ำ แบบทันสมัย สะดวกสบายอยู่ภายในอาคาร
อีกทั้งยังได้ร่วมกับกองทัพเรือ พัฒนาสถานที่รับรอง ศาลาสวดพระอภิธรรมที่ใช้รับรองพิธีการฌาปนกิจของกองทัพเรือให้เหมาะสม ขยายส่วนที่เป็นศาลาสวดพระอภิธรรมให้ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น
รวมทั้งพัฒนาปรับปรุงบริเวณวัดโดยรอบให้สะอาด สมความเป็นพระอารามหลวง
ทุกวันนี้พระธรรมวราภรณ์ในวัยใกล้ 70 ปี ยังคงมุ่งมั่นทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ด้วยความรู้ ความสามารถ และความเสียสละ บำเพ็ญคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติบ้านเมือง คำนึงถึงสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
ยึดมั่นที่จะสร้างสรรค์ พัฒนาสังคม ให้มีความเจริญรุ่งเรืองด้วยความรู้คู่กับคุณธรรม
ที่มา : www.khaosod.co.th
|