พระธรรมปิฎก เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี เป็นประธานการสัมมนา เรื่องการจัดการความรู้และการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ หรือ KM ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมพนักงานเครือซิเมนต์ไทย จำกัด จ.สระบุรี จัดโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)
โดยมีผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้ การสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้ เกิดการถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง แลกเปลี่ยน เรียนรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก พระธรรมปิฎกกล่าวว่า การสัมมนาครั้งนี้ นับเป็นการดำเนินตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นการสัมมนาในเรื่องการบริหารจัดการความรู้ ซึ่งมจร. เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทย ถือเป็นองค์กรที่เป็นศูนย์รวมขององค์ความรู้ทั้งมวล การบริหารจัดการความรู้ให้เป็นระบบจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยให้เป็นศูนย์รวมขององค์แห่งความรู้ด้านพระพุทธศาสนาที่ยั่งยืนต่อไป
พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาจุฬาฯ กล่าวว่า มหาจุฬาฯ มีวัฒนธรรมที่ไม่ต้านสิ่งใหม่ๆ แต่มีการรับนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามา และยังคงความเป็นตัวเองไว้ โดยผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมองค์กร ให้มีความเป็นสายกลางในการพัฒนา
หากมีการจัดความรู้ที่ดี ก็จะสามารถเผชิญแรงกดดันได้ มีการพัฒนาคุณภาพผลผลิต พัฒนาภาพลักษณ์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น การผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยต้องได้มาตรฐานเดียวกัน ส่วนกลางมีคุณภาพอย่างไร ในส่วนของภูมิภาคก็ควรที่จะมีมาตรฐานที่เท่าเทียมหรือใกล้เคียงกัน ซึ่งต้องมีการถ่ายทอดความรู้ เทคนิคในด้านการบริหาร การสอน จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง
ทั้งนี้ ต้องมีการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในตัวบุคคลแบบปัจเจกปัญญา คือ ความรู้เฉพาะตัวบุคคล มาพัฒนาให้เป็นระบบสาธารณปัญญา คือนำมาเป็นความรู้ที่บุคคลทั่วไป หรือบุคคลในองค์กรได้เรียนรู้ความรู้นั้น นำมาเป็นของกลางให้ทุกคนมีสิทธิ์ในการเข้าถึงและสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา โดยจัดเก็บและเผยแพร่ในรูปแบบของเอกสารและสื่อประเภทต่างๆ เพื่อให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนำไปใช้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
“ที่สำคัญการรับนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าสู่องค์กรและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่างๆ จะต้องมีความระมัดระวัง ต้องบริหารจัดการให้มีความผสมผสานกันอย่างลงตัว คือต้องไม่ลืมของเก่าและไม่เมาของใหม่ มหาวิทยาลัยจึงจะถือว่ามีการพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน อีกทั้ง ผู้บริหารมหาวิทยาลัยจะต้องกำหนดทิศทางการบริหารมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ อย่านำองค์กรไปสู่ความเสี่ยงโดยไม่จำเป็น ซึ่งอาจเกิดความเสียหายต่อมหาวิทยาลัยได้ หากไม่มีการจัดการที่ถูกต้อง” พระธรรมโกศาจารย์ กล่าว
ที่มา : http://www.khaosod.co.th
|