จากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ส่งผลกระทบต่อคณะสงฆ์ในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งหน่วยงานราชการทุกภาคส่วน ทำให้วัดและที่พักสงฆ์จำนวนมากไม่มีผู้รับจองทอดผ้าพระกฐินตามธรรมเนียมปฏิบัติในทางพระพุทธศาสนา
ด้วยเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในการเดินทางเข้าไปทอดกฐิน
ดังนั้น มหาเถรสมาคม และรัฐบาล ได้ดำเนินการมอบเครื่องกฐินและทอดผ้าป่าสามัคคีถวายให้กับวัดและที่พักสงฆ์ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ไม่มีผู้รับจองเป็นเจ้าภาพ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา
โดยในปี 2552 มหาเถรสมาคมได้มอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำผ้าป่าสามัคคีไปทอดถวายแก่วัด/ที่พักสงฆ์ ซึ่งมีพระภิกษุอยู่จำพรรษาไม่ครบ 5 รูป ไม่สามารถทอดกฐินได้ จำนวน 57 วัด/ที่พักสงฆ์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่วัด/ที่พักสงฆ์ พระภิกษุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
กำหนดทอดผ้าป่าสามัคคีถวาย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา ณ วัดเมืองยะลา อ.เมือง จ.ยะลา โดยมีพระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รักษาราชการแทน ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ และชาวบ้านในท้องที่เข้าร่วมพิธี
ในปี 2552 กองพุทธศาสนสถาน สำนักพุทธฯ ได้สำรวจพบว่า มีส่วนราชการ-เอกชน รับเป็นเจ้าภาพทอดกฐินในวัดครบทุกแห่งแล้ว
ดังนั้น ในส่วนที่เหลือจึงเป็นวัด/ที่พักสงฆ์ที่มีพระอยู่ไม่ครบ 5 รูป ไม่สามารถจะรับกฐินได้ จำนวน 57 แห่ง มหาเถรสมาคมจึงรับเป็นเจ้าภาพถวายผ้าป่า เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติศาสนกิจของพระสงฆ์ในพื้นที่ จำนวนวัดหรือที่พักสงฆ์ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ไม่มีเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2552 ประกอบด้วย จังหวัดยะลา จำนวน 18 วัด/ที่พักสงฆ์ จังหวัดปัตตานี จำนวน 10 วัด/ที่พักสงฆ์ จังหวัดสงขลา จำนวน 12 วัด/ที่พักสงฆ์ และจังหวัดสตูล จำนวน 17 วัด/ที่พักสงฆ์ รวมทั้งสิ้น 57 วัด/ที่พักสงฆ์ ส่วนจังหวัดนราธิวาสมีเจ้าภาพครบหมดแล้ว
ในการนี้สำนักพุทธฯ ได้แจ้งถึงงบประมาณในการพัฒนากิจการคณะสงฆ์ชายแดนใต้ เป็นงบประมาณประจำปี 2553 จำนวน 26 ล้านบาท เน้นการส่งเสริมเผยแผ่พระพุทธศาสนา ด้านการศึกษาพระปริยัติธรรมในพื้นที่ รวมทั้งการส่งเสริมการเทศน์มหาชาติ อบรมพระธรรมทูต เพื่อสร้างความเข้าใจกับคนในพื้นที่
นอกจากนี้ สำนักงบประมานยังได้อนุมัติโดยจากโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลอีกจำนวน 20 ล้านบาท เพื่อเป็นงบฯสนับสนุนให้พระสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีโอกาสไป สักการะสังเวชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ในประเทศอินเดียและเนปาล จำนวน 120 รูป
รวมทั้งเป็นงบฯ สนับสนุนกิจการคณะสงฆ์ในด้านต่างๆ
ที่มา : http://www.khaosod.co.th
|