
เนื่องในวโรกาสคล้ายวันเฉลิมพระ ชนมพรรษา 77 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ” ดร.จรินทร์ สวนแก้ว” ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช พร้อมด้วย พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคมและ อาจารย์วรธนัท อัศกุลโกวิท ประธานโครงการ “พิธีมหาชาตาบารมีสิทธิ” พร้อมด้วยพสกนิกรชาวไทย ร่วมใจน้อมเกล้าฯ จัด “พิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราชและสมเด็จบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า” พร้อมทั้ง “พิธีมหาชาตาบารมีสิทธิ”
ซึ่ง เป็นการเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ยังความเป็นสิริมหามงคลและความผาสุกแก่ประชาชนทั่วทั้งแผ่นดิน อีกทั้งยังส่งเสริมให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี และร่วมสร้างความสมานฉันท์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ 5 ธันวามหาราช เผยว่า การจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะมีพระชนมพรรษาครบ 77 พรรษา ซึ่งการเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญยิ่ง เพราะปีนี้จะมี พิธีมหาชาตาบารมีสิทธิ ในเช้าวันอังคารที่ 11 ส.ค.2552

โดยมี พระพรหมวชิรญาณ กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดยานนาวา เป็นประธานในพิธีสงฆ์ มีพระสงฆ์ร่วมในพิธีทั้งหมด 42 รูป และอาจารย์วรธนัท อัศกุลโกวิท ปรมาจารย์ศาสตร์ฮวงจุ้ยชื่อดัง เป็นประธานโครงการ “พิธีมหาชาตาบารมีสิทธิ” และเป็นผู้นำประกอบพิธี
ซึ่งถือเป็นการสืบสานพิธีโบราณประเพณี เช่นครั้งสมัยอาณาจักรสุวรรณภูมิ ที่ได้จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี ตามคติความเชื่อ หากดวงพระราชชะตาของผู้ปกครองแผ่นดินแข็งแกร่ง จะนำมาซึ่งความผาสุกแก่ปวงประชาทั้งแผ่นดิน อีกทั้งยังส่งเสริมให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมแสดงออกถึงความจงรักภักดี ให้เกิดความสงบร่มเย็นภายในบ้านเมือง และมีความสมานฉันท์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
“ภาพรวมการจัดงาน 12 สิงหาพระบรมราชินีนาถ เริ่ม ตั้งแต่เช้า วันที่ 9-10 ส.ค.2552 เป็นการแสดงกลางแจ้งบนเวทีของสถานศึกษา และสถาบันการศึกษาต่างๆ ตามด้วยพิธีอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลจำนวน 78 รูป ส่วนวันอังคารที่ 11 ส.ค.2552 พิธีบวงสรวงพระสยามเทวาธิราช และ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า และพิธีมหาชาตาบารมีสิทธิ สำหรับ วันพุธที่ 12 ส.ค.2552 จะมีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 278 รูป ถวายเป็นพระราชกุศล และพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนชัยถวายพระพร และวันสุดท้าย 13 ส.ค.2552 จะเป็นพิธีอัญเชิญเครื่องสักการะ เฉลิมพระเกียรติไปยังพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน”

พระ พรหมวชิรญาณ กล่าวว่า “ในวันแม่ปีนี้นับว่าเป็นโอกาสดียิ่งที่สาธุชนชาวไทยจะได้เข้าร่วมพิธีบุญ อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ผู้ทรงมีพระคุณูปการสูงสุดแก่ปวงชนชาวไทย พร้อมกันนี้ พสกนิกรชาวไทยจะได้ร่วมสร้างบารมีให้แก่ตนเองและครอบครัวและประเทศชาติโดย รวม อีกด้วย”
อาจารย์วรธนัท อัศกุลโกวิท กล่าวว่า “รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญจากมูลนิธิ 5 ธันวามหาราชให้เป็นผู้นำประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ คือ พิธีมหาชาตาบารมีสิทธิ ซึ่งจะได้มีโอกาสนำสิ่งที่ตั้งใจมุ่งมั่นศึกษามาโดยตลอด เพื่อทำคุณประโยชน์ร่วมกับมูลนิธิ ตลอดจนผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่าน และประชาชนชาวไทย
วัตถุ ประสงค์หลักในการจัดพิธีครั้งนี้ขึ้น ถือเป็นการเจริญพระพุทธมนต์แบบอาณาจักรสุวรรณภูมิ ถวายพระพรชัยมงคล ยังความเป็นสิริมงคล ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 77 พรรษาในงาน “12 สิงหาพระบรมราชินีนาถ”
ตามตำนานในอดีตของอาณาจักรสุวรรณภูมินั้น พิธีมหาชาตาบารมีสิทธิ ได้จัดเป็นประจำทุกปี ส่วนหนึ่งจัดตามความเชื่อที่ว่าหากดวงพระราชชะตาของผู้ปกครอง แผ่นดินแข็งแกร่ง จะนำมาซึ่งความผาสุกแก่ประชาชนทั่วทั้งแผ่นดิน และนอกจากนี้ยังจัดให้เป็นพิธีสำคัญที่ประชาชนจะได้ร่วมมือร่วมใจกันถวาย ความจงรักภักดี และความศักดิ์สิทธิ์ระหว่างการดำเนินพิธีจะส่งผลให้ประชาชน ผู้เข้าร่วมพิธีเกิดความสงบภายในจิตใจ มณฑลพิธีในอดีตนั้นจึงเปรียบดั่งศูนย์รวมจิตใจของประชาชนทุกคน
คณะกรรมการได้พยายามดำเนินพิธีให้เป็นไปด้วยความสมพระเกียรติและถูกต้อง ตามราชประเพณีปฏิบัติในอดีตทุกประการ เพื่อความศักดิ์สิทธิ์และความเป็นสิริมหามงคลที่จะเกิดขึ้น นอกจากนั้น ยังหวังว่าพิธีครั้งนี้อาจจะเป็นจุดหนึ่งที่ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าจะได้ ร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบัน ได้รวมพลังกันด้วยความสมัครสมานสามัคคี ซึ่งเชื่อว่าหากเราเป็นหนึ่งใจเดียวกันแล้วจะไม่มีอุปสรรคใดๆ ในบ้านเมืองที่เราจะฝ่าฟันไปไม่ได้.
|