
“ พระอาจารย์พิชัย กิติสาโร” หรือ “พระครูกิตติศีลาภรณ์” เป็นพระนักปฏิบัติธรรมรุ่นใหม่ที่พุทธศาสนิกชาวพยัคฆภูมิพิสัย ให้ความเลื่อมใสศรัทธา
ปัจจุบัน สิริอายุ 49 พรรษา 23 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอวาปีปทุม-พยัคฆภูมิพิสัย (ธ) และเจ้าอาวาสวัดป่าหนองไผ่ ต.ลานสะแก อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม
อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า พิชัย จุลเหลา เมื่อปี พ.ศ.2504 ที่บ้านโคกจิกน้อย ต.กู่สวนแตง อ.บ้านใหม่ชัยพจน์ จ.บุรีรัมย์ โยมบิดา-มารดา ชื่อนายสำลี และนางกี่ จุลเหลา ครอบครัวประกอบอาชีพทำไร่ทำนา
ในช่วงวัยเยาว์ ท่านเรียนจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนในหมู่บ้านแล้ว จึงลาออกมาช่วยหาเลี้ยงครอบครัวด้วยความขยันขันแข็ง
คืนหนึ่งขณะนอนหลับ เกิดนิมิตฝันว่าถูกคนไล่ทำร้าย แต่ปรากฏหลวงปู่ศรี มหาวีโร วัดป่ากุง จ.ร้อยเอ็ด พระเกจิชื่อดังภาคอีสานเข้ามาช่วยให้รอดพ้นอันตราย
เมื่อตื่นขึ้นมา เกิดศรัทธาอยากไปกราบนมัสการหลวงปู่ศรี แต่ก็หาเวลาไม่ได้ จวบจนถึงปี พ.ศ.2529 จึงมีโอกาสไปวัดป่ากุง (ประชาคมวนาราม) อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด
ครั้นได้รับฟังธรรมจากหลวงปู่ศรี เกิดความเลื่อมใสศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดป่ากุง โดยมีพระครูประภัสสรมุนี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์อุดร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สุวรรณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ได้รับฉายา กิติสาโร หมายความว่า ผู้มีเกียรติ
หลังอุปสมบทได้มุ่งมั่นศึกษาพระธรรมวินัย สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก และฝึกวิปัสสนากัมมัฏฐานกับหลวงปู่ศรี มหาวีโร
โดยหลวงปู่ศรี อบรมสั่งสอนมุ่งเน้นปฏิบัติ เพื่อให้เกิดปัญญา สามารถพิจารณาถึงเหตุแห่งทุกข์ได้
พระอาจารย์พิชัย ได้เดินทางไปจำพรรษาอยู่ตามวัดป่า หลายแห่งทั่วประเทศ เช่น วัดป่าเกาะช้าง จ.ระนอง, วัดป่าศรีญาณสังวร จ.กาญจนบุรี เป็นต้น
ต่อมา วัดป่าหนองไผ่ ต.ลานสะแก อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นวัดป่าสาขาหลวงปู่ศรีอีกแห่งหนึ่ง ขาดแคลนพระผู้ใหญ่
หลวงปู่ศรี เห็นว่าพระอาจารย์พิชัย เป็นผู้มีความเพียบพร้อม จึงแต่งตั้งให้มาดูแลวัดป่าแห่งนี้
พระอาจารย์พิชัย ได้กำหนดกฎระเบียบ ห้ามพระภิกษุ-สามเณร ใช้วิทยุ โทรทัศน์ พัดลม หรือเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติธรรม
ด้วยวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำให้พระอาจารย์พิชัย มีชื่อเสียงอยู่ในศรัทธาของญาติโยมชาวอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยอย่างรวดเร็ว ในแต่ละวันมีญาติโยมจากทั่วสารทิศเดินทางมากราบนมัสการรับฟังธรรมอย่างหล้น หลาม
ท่านยังประกาศห้ามไม่ให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาดื่มภายในบริเวณวัดเด็ดขาด
สำหรับปัจจัยที่ได้รับจากการบริจาคจากญาติโยม พระอาจารย์พิชัย ได้นำมาพัฒนาให้กับวัดแห่งนี้ อาทิ อุโบสถ ประตูโขง กุฏิ ศาลาการเปรียญ เป็นต้น
นอกจากนี้ ท่านนิยมชมชอบธรรมชาติป่าไม้เป็นชีวิตจิตใจ ได้นำพาญาติโยม พระภิกษุ-สามเณร ร่วมกันปลูกป่า พยายามสั่งสอนญาติโยมให้เห็นประโยชน์ของป่าไม้ว่ามีคุณค่าต่อมนุษย์
พระอาจารย์พิชัย ยังให้ความสำคัญด้านการศึกษาของคณะสงฆ์ ด้วยผู้บวชเรียนส่วนใหญ่ล้วนมาจากครอบครัวที่ยากจน ท่านจึงสนับสนุนการเรียนการสอน โดยบริจาคปัจจัยให้แก่พระภิกษุ-สามเณรที่เรียนเก่งและสอบได้เป็นประจำทุกปี
ส่วนการปกครองวัด พระอาจารย์พิชัย ยึดหลักเมตตาธรรม ส่งผลให้พระภิกษุ สามเณร ในปกครองไม่เคยปฏิบัติออกนอกลู่นอกทาง
งาน ด้านเผยแผ่ ท่านเป็นวิทยากรอบรมธรรมะพัฒนาจิตสั่งสอนพระภิกษุ สามเณร ประชาชน และตามโรงเรียนต่างๆ อีกทั้ง วัดป่าหนองไผ่ ยังเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมประจำอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย
สำหรับหัวข้อธรรมที่ท่านสอนญาติโยม จะมุ่งเน้นการปฏิบัติเป็นหลัก เพราะการวิปัสสนากัมมัฏฐาน จะช่วยให้มีสติและทำให้จิตใจเข้มแข็ง เมื่อมีสติการที่จะทำอะไรลงไปโอกาสผิดพลาดก็มีน้อย และอย่าดำรงชีวิตด้วยความประมาท ยึดศีล 5 เป็นหลัก หากปฏิบัติได้จะทำให้ชีวิตตนเองและครอบครัวพานพบแต่ความสุขความเจริญตลอดไป
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2538 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าหนองไผ่ พ.ศ.2543 เป็นเจ้าคณะตำบลหนองแสง เขต 2 อ.วาปีปทุม
พ.ศ.2549 รักษาการเจ้าคณะอำเภอวาปีปทุม-อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย พ.ศ.2551 เป็นเจ้าคณะอำเภอวาปีปทุม-อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย
ลำดับสมณศักดิ์ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอชั้นโท ในราชทินนามที่ พระครูกิตติศีลาภรน์
พระอาจารย์พิชัย ถือเป็นพระนักปฏิบัติธรรมรุ่นใหม่ ที่สามารถสืบสานพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป
|