
พระ ครูกวีธรรมนิเทศก์ เป็นพระนักพัฒนาที่มีความเคร่งครัดในพระธรรมวินัย มีเมตตาธรรมสูงปฏิปทางดงาม ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคลากรทางพระพุทธศาสนา ทุ่มเทแรงกายแรงใจปฏิบัติศาสนกิจอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
ปัจจุบัน พระครูกวีธรรมนิเทศก์ (ประยงค์ กวีสุสโร) สิริอายุ 59 พรรษา 36 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเอราวัณ และเจ้าอาวาสวัดเอราวัณพัฒนาราม ต.ผาอินแปลง อ.เอราวัณ จ.เลย
อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า ประยงค์ เดี่ยวผา เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2493 ที่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 1 บ้านโคกม่วง ต.โนนเมือง อ.โนนสังข์ จ.อุดรธานี โยมบิดา-มารดาชื่อ นายจันทร์และนางเย็น เดี่ยวผา
ในช่วงวัยเยาว์ ศึกษาเล่าเรียนทางสายสามัญจากโรงเรียนราชสีมาวิทยา จ.นครราชสีมา จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ต่อมาเมื่ออายุ 23 ปี ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดอัมพวัน ต.โนนเมือง อ.โนนสังข์ จ.อุดรธานี บ้านเกิด มีเจ้าอธิการบุญศรี พุทธวโร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระบัวสอน สุทันโต เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระคำบาย ปริปุณโณ เป็นพระอนุสาวนาจารย์
ภายหลังอุปสมบทแล้ว ท่านได้อยู่จำพรรษาอยู่ที่วัดอัมพวาบ้านเกิด และเมื่อบวชเป็นพระท่านก็ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นตรี นักธรรมชั้นโท ที่สำนักเรียนวัดอัมพวัน จังหวัดอุดรธานี
จากนั้นก็ได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดเอราวัณพัฒนาราม ต.ผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ จ.เลย ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนคณะจังหวัดเลย และยังได้ศึกษาต่อทางสายสามัญ จนได้รับปริญญาบัตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศาสนา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดศรีวิชัยวนาราม เมื่อปีพ.ศ.2549
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2523 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดเอราวัณพัฒนาราม ต.ผาอินแปลง อ.เอราวัณ จ.เลย ต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลผาอินทร์แปลง อ.เอราวัณ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดเอราวัณพัฒนาราม เป็นประธานหน่วยอบรมประชาชนประจำตำบลผาอินทร์แปลง เป็นผู้อำนวยการโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ และเป็นครูสอนในโรงเรียนด้วย ด้วยท่านให้ความสนใจในเรื่องของการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง
พ.ศ.2530 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์
และได้รับการแต่งตั้งให้รักษาการเจ้าคณะอำเภอเอราวัณ อ.เอราวัณ จ.เลย และในปีพ.ศ.2552 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอเอราวัณ จ.เลย
ลำดับสมณศักดิ์ ในปีพ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูเจ้าคณะตำบลชั้นตรี ในราชทินนามที่ พระครูกวีธรรมนิเทศก์
พ.ศ.2536 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูเจ้าคณะตำบลชั้นโท ในราชทินนามเดิม
และในปีพ.ศ.2544 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูเจ้าคณะตำบลชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
พระครูกวีธรรมนิเทศก์ ท่านเป็นพระนักเทศน์เสียงไพเราะ เทศน์แหล่ทำนองอีสาน เป็นนักเทศน์ที่เสียงดีมาก ได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าท่านจะไปเทศน์ที่แห่งใดก็ตาม
นอกจากเป็นพระนักเทศน์แล้ว ท่านยังเป็นพระนักพัฒนา โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษาของวัดจะเห็นได้จากจัดให้มีการตั้งและสอน โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ โรงเรียนพระปริยัติธรรมสายสามัญภายในวัด พัฒนาก่อสร้างศาสนสถานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาคารเรียน พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ศาลาธรรมสังเวชและเสนาสนะต่างๆ ภายในวัดจนมีความเจริญรุ่งเรืองในปัจจุบันนี้
ท่านให้ความสำคัญในเรื่องของการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรทั้งภายในวัดและวัด ที่อยู่ใกล้เคียงได้เข้ามาศึกษาที่วัดเอราวัณ รวมทั้งยังส่งเสริมในเรื่องของงานประเพณีท้องถิ่น งานประเพณีบุญบั้งไฟของเอราวัณ ซึ่งแต่ละปีจะเป็นงานที่ใหญ่มาก เป็นที่รู้จักกันดีของชาวจังหวัดเลยและจังหวัดใกล้เคียง
ในปีพ.ศ.2540 วัดเอราวัณพัฒนาราม ได้รับการคัดเลือกให้เป็นวัดตัวอย่างจากกรมการศาสนา
พระครูกวีธรรมนิเทศก์ได้รับการยกย่องให้เป็นพระนักพัฒนาชื่อดังเมืองเลย ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเอราวัณพัฒนาราม ท่านได้ลงมือพัฒนาวัดแห่งนี้ให้เจริญก้าวหน้าให้เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธ ศาสนิกชนทุกหมู่เหล่ามาโดยตลอด.
ที่มา : www.matichon.co.th
|