นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผู้ว่าฯ นครพนม เปิดเผยว่า เพื่อสืบสานอนุรักษ์ประเพณีที่มีมาแต่โบราณกาลให้คงอยู่และส่งเสริมการท่อง เที่ยว รวมทั้งเป็นการเฉลิมพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราช ดำเนินทอดพระเนตรประเพณีไหลเรือไฟ
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2498 สำหรับในปี พ.ศ.2552 จ.นครพนม ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัด เทศบาลเมืองนครพนม องค์การบริหารส่วนจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงานประเพณีไหลเรือไฟและงานกาชาดประจำปี 2552 ขึ้นในระหว่างวันที่ 27 ก.ย.-5 ต.ค.2552 รวม 9 วัน 9 คืน บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดและริมแม่น้ำโขง
งานประเพณีไหลเรือไฟตรงกับวันออกพรรษา คืนวันที่ 4 ต.ค.มีมหกรรมไหลเรือไฟอันงดงามวิจิตรตระการตา 14 ลำ ที่เข้าประกวด ชิงเงินรางวัลร่วม 2 แสนบาท และลอยเรือไฟโบราณ 78 ลำ นอกจากนี้ ยังจะมีเรือไฟโชว์ 2 ลำ ลอยกระทงสายนับหมื่นดวงทุกวัน ก่อนไหลภาคเช้ามีพิธีรำบูชาพระธาตุพนม
ด้านนายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม 2552 มีการแข่งขันเรือยาวชิงแชมป์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 2 ที่บริเวณแม่น้ำโขง ชิงโล่พระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลกว่า 4 แสนบาท และในวันที่ 4 ต.ค. ภาคบ่าย จะมีขบวนแห่ปราสาทผึ้ง
พิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์พระราชทานจุดเรือไฟ ส่วน วันที่ 5 ต.ค. ภาคเช้าจะมีพิธีตักบาตรเทโว ณ บริเวณหน้าวัดโอกาส จ.นครพนม โดยนิมนต์พระสงฆ์-สามเณรจาก 16 วัดมารับบิณฑบาตจำนวน 99 รูป
ที่มา : http://www.khaosod.co.th
|